
เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว. ลงพื้นที่โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากเพื่อเศรษฐกิจ BCG หรือ U2T for BCG ที่วังเทพทาโร ต.เขากอบ จ.ตรัง ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบัณฑิตจบใหม่และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ U2T for BCG จาก 4 ตำบล ใน 2 อำภอ คือ อ.ห้วยยอด และ อ.รัษฏา ได้นำผลงานจากการลงไปทำงานร่วมกับชุมชนมาจัดแสดงกว่า 10 บูธกิจกรรม นอกจากนี้ ยังมีการนำข้อมูลรายตำบลขนาดใหญ่ หรือ Thailand Community Data(TCD) ในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ลงไปเก็บข้อมูลเป็นรายตำบลมาจัดแสดงด้วย ซึ้งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก ได้กล่าวเปิดงานว่า โครงการ U2T for BCG เกิดขึ้นจากความพยายามผลักดันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในระยะเวลาเดือนตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย.65 ก่อนการประชุมเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพ.ย.65 ไม่เน้นการจ้างงานและเน้นการทำงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลและชุมชนทั่วประเทศเกี่ยวกับ BCG โดย อว.จะคัดเลือกพื้นที่ในโครงการ U2T for BCG มาจัดแสดงให้กับผู้เข้าร่วมประชุมเอเปค เพื่อให้เห็นความเอาจริงเอาจังของประเทศไทยในเรื่องของ BCG

“ผมขอยืนยันกับน้องๆ ที่ร่วมโครงการ U2T for BCG ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเยาวชน ที่ต่อไปต้องทำงานร่วมกับคนทุกช่วงวัย มีทั้งคนทำงาน คนวัยเกษียณ เราจะไม่หยุดเฉพาะการเป็นคนรุ่นใหม่ แต่จะต้องเติบโตเป็นวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งทั้งหมดนั้นจะสำเร็จได้ด้วย BCG ที่สำคัญ มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว สอนเพื่อการปฏิบัติ ต้องออกจากหอคอยงาช้าง ปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่นขณะนี้ อว. ก็ได้จัดตั้งธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติขึ้น เพื่อมารองรับการเรียนรู้ในทุกช่วงวัยแล้ว”

ด้าน ดร.สมปอง รักษาธรรม รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ในฐานะรับผิดชอบพื้นที่โครงการ U2T for BCG ใน 2 จังหวัด คือ จ. นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง กล่าวว่า มรภ.นครศรีธรรมราช ดำเนินโครงการ U2T 2 ระยะ โดยระยะแรกดำเนินการใน 30 ตำบลใน 2 จังหวัด จ้างงาน 600 คน ต่อมาระยะที่ 2 เพิ่มเป็น 93 ตำบล จ้างงานเป็น 875 คน ซึ่งประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวในการลงพื้นที่ของทีม อว. โดยขณะนี้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง U2T for BCG จำนวน 93 ตำบล กับจังหวัดแล้ว เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จตาทนโยบายของ อว.และรัฐบาลต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ทส. – อว.” ผนึกกำลังวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เดินหน้าพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน มุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก
วันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
อว. ชู 'ทุนมนุษย์' หัวใจขับเคลื่อนประเทศไทยยุค AI ดัน Super AI Engineer Season 6 สร้าง 'งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี' ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ปัจจุบัน AI กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การผลิต การบริการ การศึกษา และการวิจัย ประเทศจึงจำเป็นต้องมี “ทุนมนุษย์” ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ กระทรวง อว. จึงมุ่งพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อสร้าง “งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี” และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ AI
“ยศชนัน” ส่งมอบนวัตกรรม “น้ำสะอาด” จากงานวิจัยสู่ชุมชนริมกก ผนึก สวทช.–ซินโครตรอน ส่งแม่แบบระบบผลิตน้ำประปากำจัดสารหนู สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย :กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. และ สซ. เดินหน้าต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
“ยศชนัน ควง นิกร” คิกออฟโครงการต้นแบบ “หนุนพลังงานทางเลือก” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตบ้านมั่นคง
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
'ยศชนัน' ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ 'NATURE POSITIVE THAILAND' ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก
"ยศชนัน" ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ "NATURE POSITIVE THAILAND" ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก เล็งดึง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ปั้นสตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม พลิกโฉมความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

