น่าผิดหวัง ไร้หลักการ กลืนน้ำลายตัวเอง ! “นักวิชาการ” ติง “เพื่อไทย” ปมคิดยุบพรรค “ภูมิใจไทย” หวั่นพาการเมืองไทย กลับสู่ยุคทำลายล้าง

จากประเด็นที่ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคฝ่ายค้านจำนวนหนึ่ง มีแนวคิดจะยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย จากนโยบายกัญชาทางการแพทย์ 18 ตุลาคม 2565 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ม.บูรพากล่าวว่า

ใครก็ตามที่ยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เมื่อได้ยินคำว่ายุบพรรค ย่อมรู้สึกกังวลใจ เพราะพรรคการเมือง มันคือตัวแทนของเจตจำนงประชาชน การยุบพรรค ไม่ใช่การทำให้คนไม่กี่คนตกงาน แต่เป็นการทำลายความหวังของประชาชน ยิ่งน่าตกใจ เมื่อพรรคที่จะไปยุบพรรคอื่น คือ พรรคเพื่อไทย ที่มีประสบการณ์อันเจ็บปวดจากการยุบพรรคเพื่อไทย พลังประชาชน และไทยรักษาชาติ ซึ่งท่านก็รู้ว่า มันจะมีความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นทันที หลังจากการยุบพรรค แน่นอนว่าพรรคภูมิใจไทย คือ กำแพงขวางแลนด์สไลด์ แต่มันถึงจุดที่ต้องทำลายล้างกันแล้วหรือ แล้วถ้าอีกฝ่ายยื่นเรื่องครอบงำพรรค การเมืองไทย จะเล่นแบบนี้ ไม่จบสิ้น แล้วประชาชนได้อะไร

ที่อยากพูดให้คำนึงถึงกันใหม่มาก คือ นโยบายหาเสียง กับการทำนโยบาย พรรคภูมิใจไทย เขาหาเสียงเรื่องกัญชาถูกกฎหมาย ใช้ทางการแพทย์ เขาเข้ามา ก็ต้องทำ เป็นหลักการ เขาต้องทำตามนโยบาย แต่ส่วนปฏิบัติ เมื่อมีปัญหาขลุกขลัก ก็ต้องแก้กันไป แต่หมอชลน่าน มองการปฏิบัติว่ามีปัญหา แล้วจะไปยุบพรรค โดยลืมไปว่าสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในคดีจำนำข้าว พรรคเพื่อไทย ก็พยายามแยกระหว่างงานนโยบาย กับงานปฏิบัติ แต่มาวันนี้ ดันมองแบบเหมารวม อย่าลืมว่า ฝ่ายที่เขาทำนโยบาย เขาก็มีเจตนาดีทั้งนั้น นโยบายจำนำข้าวก็ดี ให้ประชาชนได้มีเงิน มีโอกาส แต่ตอนทำ มันมีปัญหา นโยบายพรรคภูมิใจไทย ก็ดี อยากให้ประชาชนมีตัวเลือกด้านสุขภาพ มีพืชเศรษฐกิจ แต่ตอนปฏิบัติ มันมีปัญหา แล้วต้องไปยุบพรรคกันเลยหรือ

ขณะที่ ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การที่นายแพทย์ชลน่าน จะเดินหน้ายื่นเรื่องยุบพรรคภูมิใจไทย มองเป็นอื่นไม่ได้ว่าเป็นเกมทางการเมือง เพราะคงทบทวนความเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกพรรคในขณะนี้แล้ว คงมองว่าภูมิใจไทยคืออุปสรรคต่อยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย การเอาเรื่องนโยบายกัญชาเสรีเพื่อใช้เป็นข้ออ้างนั้น อาจหวังผลทางการเมืองในแง่การเล่นกระแสกระตุกต่อมของกลุ่มอนุรักษ์นิยม ที่มีท่าทีที่ไม่สบายใจต่อคำว่า กัญชายังเป็นยาเสพติด แต่ทั้งนี้ ในแง่ของพรรคภูมิใจไทย ได้ให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคไปแล้วก็ไม่มีเสียงท้วงติงใดๆจาก กกต. จนเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล และผลักดันกฏหมายให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และถูกกฏหมาย และปลดล็อกออกจากพืชยาเสพติดจนเป็นผลสำเร็จ ในแง่นี้หากพรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบอย่างจริงจัง ควรดูด้วยว่าพรรคการเมืองไหน ที่ไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงได้ รู้ๆกันอยู่ อย่างบางพรรคเคยหาเสียงจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 425 บาท อันนี้ยังง่ายกว่าในแง่ที่เข้าข่ายหลอกลวงให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นลงคะแนนเสียงให้

“ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยจะถูกสังคมตั้งคำถามในแง่ของ หลักการที่ตนเองยึดมั่นมาตลอดว่าไม่ควรใช้เกมการเมืองมายุบพรรคการเมือง เพราะตัวเองมีประสบการณ์ตรงอันขมขื่นจากสมัยที่ยังเป็นไทยรักไทย-พลังประชาชน มาแล้ว ย่อมเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ดี ระวังกระแสการตรวจสอบคืนจะย้อนกลับ หากไม่ชี้แจงเหตุผลต่อสังคมดีๆ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น

“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย

มีลุ้น! 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 'อนุทิน' พร้อมพิจารณาช่วย ปชช.

นายกฯ รับ ปชช. อยากต่ออายุ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ย้ำพร้อมพิจารณาหากเป็นประโยชน์ แต่ต้องเหมาะกับสถานการณ์ ยันรัฐบาลมีเวลาอีก 3 ปี พิสูจน์ผลงาน แจงลุคขาสั้นเดินตลาด 'ก็ลมมันเย็น'

นายกฯ ลั่นรัฐบาลนี้ไม่ทำชั่ว เมินฝ่ายค้านซักฟอก ย้อน 'ฮั้ว สว.' เกี่ยวอะไร

'อนุทิน' ไม่หวั่นโดนซักฟอกหลายปมร้อน บอกรัฐบาลไม่จำเป็นต้องแจงปมฮั้ว สว. ชี้เหตุการณ์เกิดก่อนเข้ามาทำงาน ส่วนทุจริตสอบท้องถิ่นทำเต็มที่ เรื่องจบแล้ว ยันไม่ต้องมีองครักษ์พิทักษ์

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

'เด็ก ภท.' ฟาดเดือด! ป้องนายนุ่งขาสั้นหนักหัวคนอื่น ดีกว่าสวมชุดขรก.โกงสอบ

'สส.วัชรพงศ์' ฟาดเดือดโซเชียล! ป้อง 'ครูใหญ่' นุ่งขาสั้นหนักหัวคนอื่น ซัดแรง ดีกว่าสวมเครื่องแบบข้าราชการปล้นเงินลูกหลานชาวนาไปโกงสอบท้องถิ่น

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย