"ศักดิ์สยาม"ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต และโครงการทางพิเศษ สายกะทู้ - ป่าตอง พร้อมตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า การดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต และโครงการทางพิเศษ สายกะทู้ - ป่าตอง พร้อมตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงาน ในสังกัด ร่วมลงพื้นที่ และมี นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2565

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วทั้งประเทศอย่างบูรณาการทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในทุกโหมดการเดินทางที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคมให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งจากการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งสนับสนุนและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันในจังหวัดภูเก็ต มีโครงการสำคัญที่กระทรวงคมนาคมจะพัฒนาและเร่งรัดดำเนินการ ดังนี้
1. โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต - ห้าแยกฉลอง และส่วนต่อขยายไปท่าฉัตรไชย ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีระยะทางรวมประมาณ 58.5 กิโลเมตร จำนวน 23 สถานี มีจุดเริ่มต้นโครงการระยะที่ 1 บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ไปสิ้นสุดที่สถานีฉลอง ซึ่งอยู่ใกล้กับห้าแยกฉลอง โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงตั้งอยู่บริเวณสถานีถลาง และมีอาคารจอดแล้วจร จำนวน 2 แห่ง ที่บริเวณสถานีขนส่งและสถานีฉลอง สำหรับเส้นทางของส่วนต่อขยายไปยังท่าฉัตรไชย จะมีจุดเริ่มต้นที่บริเวณสถานีเมืองใหม่ ไปสิ้นสุดที่สถานีท่าฉัตรไชย โดย รฟม. ได้ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกระบบเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่เหมาะสม ประกอบด้วย รถรางไฟฟ้าล้อเหล็ก รถรางไฟฟ้าล้อยาง และรถไฟฟ้า EBRT โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบในมิติต่าง ๆ ทั้งทางด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านการลงทุน ผลตอบแทน และด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการศึกษาเปรียบเทียบ พบว่า รถรางไฟฟ้าล้อยาง มีความเหมาะสม สำหรับการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ รฟม. คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570 เพื่อให้สามารถรองรับการเดินทางของผู้เข้าร่วมชมงานสเปเชี่ยลไลซ์ เอ็กซ์โป 2028 (Specialised Expo 2028) ซึ่งประเทศไทย อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน
2. โครงการทางพิเศษ สายกระทู้ - ป่าตอง บริเวณทางหลวงหมายเลข 4029 (ปากอุโมงค์ ฝั่งกะทู้) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ มีอุโมงค์อยู่ในช่วงกลางของแนว สายทาง ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมกับถนนพระเมตตาในพื้นที่ตำบลป่าตอง และอำเภอกะทู้ เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง ยกระดับจนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กิโลเมตร แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กิโลเมตร หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ตำบลกะทู้ บริเวณจุดตัดกับ ทล. 4029 และมีด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณด้านกะทู้ 1 ด่าน เก็บค่าผ่านทางทั้ง 2 ทิศทาง มีระบบต่าง ๆ ภายในอุโมงค์ ประกอบด้วย ระบบระบายอากาศ (Ventilation System) ระบบฉุกเฉินและป้องกันอัคคีภัย (Emergency system) ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง (Lighting system) อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย การควบคุมการใช้งานการสื่อสาร (Controller System) ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้ทางพิเศษออกแบบให้มีช่องทางรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ มีรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน แบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในขณะที่เอกชนรับผิดชอบการออกแบบรายละเอียดและการก่อสร้าง (รวมถึงค่าควบคุมงาน) และการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) โดยเอกชนเป็นผู้จัดเก็บรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด มีระยะเวลาร่วมลงทุนรวม 35 ปี ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการ คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาเส้นทางคมนาคมที่ประสบอุทกภัย การแก้ไขปัญหาคันทางทรุดตัวบริเวณทางหลวงหมายเลข 4029 ตอน กะทู้ - ป่าตอง กม. ที่ 0+000 (โค้งแรงดัน) ส่งผลให้ต้องปิดถนน รถไม่สามารถสัญจรได้ ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาแล้วกว่า 60% โดยสามารถเปิดให้ประชาชนสัญจรได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น จากนั้นได้พบปะประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มาให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำมาพัฒนาการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงฯ ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็นและยั่งยืนต่อไป

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการ ดังนี้
1. ขอให้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้นโยบาย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สะอาด ราคาเป็นธรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่กระทบและเป็นภาระกับประชาชน
2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาดินสไลด์อย่างยั่งยืน โดยให้ศึกษาวิธีการออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดินสไลด์อีก และดำเนินการจัดหาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนเพิ่มเติม
3. การดำเนินการในทุกขั้นตอนขอให้ยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด
4. ให้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัดอย่างต่อเนื่อง ครบทุกมิติ เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระวังผิด ม.185 ! 'ศุภชัย' เตือน 'ก้าวไกล' ขวางย้าย 'หมอสุภัทร' ขอให้อ่านกฎหมายก่อน

จากกรณีที่พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ คัดค้านการโยกย้ายหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ และประธานชมรมแพทย์ชนบท

THAILAND SOFT POWER ! ควันหลงประชุม WORLD ECONOMIC FORUM “ต่างชาติ” ยกระบบ สธ.ไทย สุดแกร่ง เป็นจุดแข็ง ดึงดูดการลงทุน

26 มกราคม 2566 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (ประจำนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี

'ศุภชัย' แถลง กรณี 'ศักดิ์สยาม' ยื่น 'ชวน' ค้านส่งเรื่องศาลรธน. ปมฝ่ายค้านร้องให้พ้นความเป็นรมต.

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยส.ส.พรรคภูมิใจไทย แถลงสืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ส.ส.ฝ่าย

"ศักดิ์สยาม"ให้การต้อนรับและหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับและหารือกับ นายออลีวีเย แบ็ช (H.E. Mr. Olivier Becht) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส

"ศักดิ์สยาม" ให้ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (JETRO Bangkok) และประธานหอการค้าญี่ปุ่น - กรุงเทพฯ (JCCB) เข้าพบ เพื่อหารือแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ นายคุโรดะ จุน (Mr.Kuroda Jun) ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (JETRO Bangkok) และนายคาโต้ ทาเคโอะ (Mr.Kato Takeo)