
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2566 ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 “2nd Voice of the voiceless: the vulnerable populations” ก้าวสู่สุขภาวะที่เป็นธรรม รับฟังทุกเสียงอย่างเท่าเทียม ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้คนในสังคม ได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพ มีสิทธิสวัสดิการเท่าเทียมกัน ภาคีเครือข่ายประชากรกลุ่มเปราะบางในสังคมไทยกว่า 3,800 คน ที่ร่วมงานครั้งนี้ จะเป็นเสียงและพลังสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายให้ครอบคลุมประชากร 10 กลุ่ม ที่ สสส. ทำงานสร้างเสริมสุขภาวะ ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้บ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานนอกระบบ ประชากรข้ามชาติ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ผู้ต้องขัง และมุสลิม ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ มีความก้าวหน้าเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำหลายมิติ ทั้งการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ศักยภาพภาคีเครือข่าย นวัตกรรมต่างๆ ให้เกิดการมีสิทธิและเข้าถึงบริการสาธารณะที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ เช่น ส่งเสริมให้คนพิการได้รับการจ้างงาน มีรายได้ กว่า 7,000 คน สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ สร้างเครือข่ายช่วยเหลือเยียวยาผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง ส่งเสริมการมีอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย ตั้งหลักชีวิต มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ

“ขอเป็นกำลังใจให้ภาคีเครือข่าย จากทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ที่สานพลังสร้างเสริมสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน งานครั้งนี้มีการเสนอนโยบาย 9 การเปลี่ยนแปลงสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ ได้แก่ 1.การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นธรรม 2.การจัดสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า 3.การเสริมพลังประชากรกลุ่มเฉพาะ 4.เสริมพลังเครือข่ายภาคประชาสังคม 5.การมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟูศักยภาพความเข็มแข็งประชากรกลุ่มเฉพาะ 6. การสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต 7.การลดความรุนแรง 8.การเข้าถึงบริการสาธารณะที่เป็นมิตรสำหรับทุกคนตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน 9.การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย โดย สสส. ยืนยันว่า จะสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทำให้เสียงที่ตกหล่น เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินจากประชากรกลุ่มเฉพาะให้ดังขึ้นและถูกนำไปพัฒนาชีวิตทุกคนในสังคม” ดร.สาธิต กล่าว

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังคงทวีความรุนแรง ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำของผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำของผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพ ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากต้นน้ำ คือ ปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) เป้าหมาย 10 ปีของ สสส. มีวิสัยทัศน์เพื่อให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีวิถีชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนต่อการมีสุขภาวะที่ดี ส่งเสริมประชาชนมีสุขภาวะที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงหลัก และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยทุกแผนของ สสส. ไม่เพียงมุ่งผลในประชากรในภาพรวม แต่ยังจะต้องคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มประชากรต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบาง มีความเสี่ยง หรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ และไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมสุขภาพตามมาตรการและนโยบายภาพรวม ยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรเฉพาะ ทำให้มีความเปราะบางมากขึ้นทั้งจากด้านเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม

“สสส. พบว่าระบบบริการสุขภาพมีผลต่อสุขภาวะเพียง 10% เท่านั้น แต่ปัจจัยที่มีส่วนกำหนดสุขภาพว่าดีหรือไม่ดีมากที่สุด คือ วิถีชีวิตและพฤติกรรม 51% รองลงมาคือชีววิทยามนุษย์ 20% และสิ่งแวดล้อม 19% ต้องยอมรับว่าการทำให้สุขภาพดีเปรียบเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา ที่ต้องอาศัยหลายภาคส่วนร่วมมือกัน งานเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ครั้งที่ 2 มีเป้าหมายรวบรวมเสียงสะท้อนจากมุมสำคัญ ทำให้ทุกเรื่องที่ต้องดีขึ้น ควรดีในทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่บางกลุ่ม และสื่อสารประเด็นลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในช่วงทศวรรษต่อไปในการทำงานของ สสส. เน้นการสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพ ขยายผลต้นแบบงานสร้างเสริมสุขภาพสำหรับประชากรกลุ่มเฉพาะ ให้เกิดการนับเราด้วยคน คือทำอย่างไรให้ทุกคนมีสิทธิ มีเสียง มีสวัสดิการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วน ผ่านการผลักดันนโยบาย ผ่านกระบวนการเรียนรู้ และการสื่อสาร รวมถึงสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ที่ก็ต้องคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในกลุ่มประชากรที่ขาดโอกาสควบคู่ไปด้วย” ดร.สุปรีดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” เห็นชอบแผนปี 70 สสส. เน้นเคลื่อนงานสร้างสุขภาพระดับจังหวัด สร้างความรอบรู้ ลดพฤติกรรมเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า” ใน 1 ปี
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 8/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ประจำปี 2570 ตามกรอบนโยบายที่ผ่านการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน และภาคีเครือข่ายฯ โดยปีนี้ สสส.
CAR FREE DAY ประธาน กมธ.2 สภาฯ ชวนคนไทย “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดเสี่ยงโรค” ชู EV–โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาด
ที่อาคารรัฐสภา บริเวณลานยื่นหนังสือ ชั้น 1 (ศาลาแก้ว) - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการสื่อสารนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
ดัน 16 องค์กรต้นแบบ ปั้น “พี่เลี้ยง HHA”ดูแลกาย-ใจ-เงิน รับมือภัยเงียบในโลกการทำงาน
คนวัยทำงานกำลังเผชิญ “ภัยเงียบ” ที่ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพกาย แต่ลุกลามไปถึงสุขภาพจิตและสถานะทางการเงิน ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง

