
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การจัดทำนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพรรคพลังประชารัฐ เป็นนโยบายหลักของพรรคที่ได้ผ่านการหารือในที่ประชุม และความคิดเห็นที่หลากหลาย เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนใน 4 มิติ เพื่อการจัดสรรงบประมาณ ให้เข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้สอดรับกับสภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้า จึงมาสรุปที่ 700 บาท เป็นตัวเลขที่พรรคพิจารณาแล้วโดยรอบคอบแล้วว่า สามารถทำได้ ควบคู่กับการทำนโยบายต่อเนื่อง ที่ต้องมีการฝึกทักษะสร้างอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน เพื่อการประกอบอาชีพ โดยอาศัยสถาบันการเงินของรัฐ หน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยเฉพาะปัญหาหนี้นอกระบบ นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ โดยพรรคจะดำเนินการสานนโยบายเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า นโยบายของพรรคการเมืองอื่นๆที่ออกมาทีหลัง อย่างมีตัวเลข 1,000 บาท หรือในอนาคตอาจสูงกว่านั้น เนื่องจากพรรคไม่ต้องการให้ประชาชนมีภาพนโยบายประชานิยมหรือแจกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เห็นภาพนโยบายพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว สวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐ และสังคมประชารัฐ 3 เรื่องหลัก เหมือนเสาบ้านที่เป็นเสาหลัก และเมื่อช่วงการเลือกตั้งจะมีการแข่งขันเรื่องนโยบาย ต้องบอกประชาชนชัดๆ ว่าเศรษฐกิจฐานรากจะทำอะไร วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจชุมชนมีอะไรบ้างที่เติมเช่น กองทุนหมู่บ้านหรือรูปแบบอื่น
"เป็นเรื่องปกติที่มีการเลือกตั้งมักมีการแข่งขันด้านนโยบาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะดูถึงความเป็นไปได้ และไม่เป็นภาระงบประมาณการคลังระยะยาว รวมถึงไม่กระทบต่อการจ่ายภาษีเป็นภาระหนี้ของประเทศในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดจะทำไม่ได้อย่างยั่งยืน"
ดังนั้นพรรคเปิดนโยบายต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องการดูแลประชาชนให้ครบ 4 มิติ นโยบาย มีเรามีที่ทำกิน มีที่ดินไม่มีจน และมีน้ำไม่มีจน ส่วนนโยบายเร่งด่วนหลังจากนี้คือเรื่องค่าของชีพ ที่จะช่วยประชาชนทั่วไป ซึ่งแบกภาระ หากตรึงราคาพลังงานลงมาได้ในแนวทางที่เป็นไปได้จะได้ช่วยลดภาระประชาชน ลดค่าของชีพจึงจะมีนโยบายมาตรการด้านพลังงานซึ่งขณะนี้ ยังคุยกันอยู่เรื่องตัวเลขและวิธีการในรายละเอียด แต่รอตัวเลขที่เป็นไปได้ไม่ส่งกับผลกระทบและยั่งยืน เพราะไม่อยากให้สัญญาแล้วทำไม่ได้ จึงต้องรับฟังข้อเสนอจากหลายฝ่าย เพราะห่วงเรื่องภาระการคลังเรื่องราคาพลังงานซับซ้อน
ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคพลังประชารัฐ ยังเตรียมนโยบาย ระดับภาค ที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และภาคต่างๆ จึงจะออกนโยบายเป็นรายภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ และจะมีแผนให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภาค เพื่อดึงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ความเจริญไปสู่แต่ละภาคไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในตัวเมือง หรือมีแค่อีอีซีในภาคตะวันออกเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดของคณะทำงานที่เสนอกัน และรับฟังจากคนในพื้นที่โดยตรงและเมื่อเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็มีนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐจะเข้าไปสานต่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลุงป้อม' กลับบ้านเกิดลพบุรี ควง 'สุชาติ' ไหว้พระ-ชิมของอร่อย
'ลุงป้อม' กลับบ้านเกิดลพบุรี พบลูกหลานคนทำคลอดตัวเอง 80 กว่าปีก่อน พร้อมควง 'สุชาติ ลายน้ำเงิน' ผู้สมัคร สส.พปชร.ไหว้พระ-ชิมอาหาร
เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยในจินตนาการพรรคส้ม
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นแค่การเลือกพรรคหรือเลือกตัวบุคคล แต่เป็นจังหวะที่ประเทศกำลังถูกถามตรง ๆ ว่า จะเดินต่อไปด้วยวิธีคิดแบบไหน ระหว่างการเมืองที่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบนโยบาย 51 พรรค ส่อขัดมาตรา 57 หรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. ตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง เป็นไปตาม พรป.พรรคการเมือง มาตรา 57 หรือไม่
'ลุงป้อม' ควง 'วัฒนา เซ่งไพเราะ' กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสุดฮอต ร้านน็อต วรฤทธิ์
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 บางนา-พระโขนง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว "ลูกโต้งชลวัว" บางนา-ตราด ซอย 23 ของ “น็อต” นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ดารา พิธีกรชื่อดัง ซึ่งมีพี่น้องประชาชน เข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง
'ปชน.' แจง กกต. แล้ว! ที่มาแหล่งเงิน 7.4 แสนล้าน 15 นโยบายประชานิยม
คณะทำงานฯ กกต. ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ให้แจงรายละเอียด-ที่มาแหล่งเงิน 15 นโยบายหาเสียง ใช้งบทะลุ 7.4 แสนล้านบาท 'เท้ง' แจ้นแจงรัวๆ ยังไม่แผ่วชนกองทัพ พ่วงจัดทำรธน.ฉบับใหม่ ทำให้ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสากล
เวทีเชียงใหม่คึกคัก! 'ธรรมนัส' ประกาศชัด 'เลือกผมได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา'
‘กล้าธรรม’ เปิดแพ็กเกจ นโยบายชุดใหญ่ ปั้นท่องเที่ยวสู้จน–คืนคุณค่าผู้สูงวัย–ลุยยาเสพติดทั้งระบบ ‘อ.แหม่ม’ ซัดพรรคอื่นตัวปลอม ‘ธรรมนัส’ประกาศชัด ‘เลือกผม ได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา’

