
นายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กว่า 200 นาย เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดสัญญาสัมปทานของบริษัทเอกชน มากว่า 10 ปี ในพื้นที่หมู่ 4, 5, 7 และหมู่ 8 ต.ปลายพระยา รวมพื้นที่ 5 พันไร่ ตามโครงการโค่นล้มต้นปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมดอายุสัมปทานของกรมป่าไม้ เพื่อปลูกป่าไม้ทดแทน และสร้างป่าชุมชน
นายสมชาย ผอ.สจป.ที่ 12 สาขากระบี่ เปิดเผยว่าตามที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายให้ยับยั้งการบุกรุกทำลายป่าและลักลอบทำไม้มีค่าหายาก รวมทั้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จึงสั่งการให้กรมป่าไม้ กำหนดยุทธการรื้อถอนทำลายต้นปาล์มน้ำมันออกจากพื้นที่ที่หมดอายุการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่มีการต่ออายุการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปลายคลองพระยา ท้องที่ หมู่ที่ 4,5,7,8 ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ดำเนินการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เปิดยุทธการรื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในวันนี้

ด้านนายชาญชัย กล่าวอีกว่า ในวันนี้หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ได้รับคำสั่งจากนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ให้นำเจ้าหน้าที่พยัคฆ์ไพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ฝ่ายปกครองอำเภอปลายพระยา, สถานีตำรวจภูธรปลายพระยา, สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า โดยส่วนปฏิบัติการพิเศษ ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) และ กอ.รมน. จังหวัดกระบี่ รวม 170 นาย ร่วมเปิดยุทธการรื้อถอนทำลายต้นปาล์มน้ำมันในพื้นที่เป้าหมาย รวมจำนวน 5,000 ไร่ พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดตั้งจุดสกัด จำนวน 3 จุด และชุดควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงานโดยใช้เครื่องจักร จำนวน 1 ชุด รวมถึงเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติการข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการวางแผนเผชิญเหตุไว้ หากมีกรณีการรวมตัวกันของกลุ่มมวลชนในพื้นที่ และเข้าเผชิญหน้ากดดันคณะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติการ ส่วนระยะเวลาดำเนินการรื้อถอนต้นปาล์มน้ำมัน จะทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นตามเป้าหมาย

“การรื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่หมดอายุการอนุญาต จำนวน 5,000 ไร่ครั้งนี้ กรมป่าไม้ ได้ดำเนินการตามระเบียบครบทุกขั้นตอนของมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ส่วนการดำเนินการต่อไป กรมป่าไม้จะดำเนินการฟื้นฟู คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศ เพื่อให้มีสภาพป่ากลับคืนมา รวมถึงจะมีการประกาศให้พื้นที่บางส่วนเป็นป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ต่อไป” หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมป่าไม้แจ้งจับผู้บุกรุก 'ห้วยกุ้ง' เขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา
กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุก “ห้วยกุ้ง” ในเขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา เผยตัดตั้งกล้องวงจรปิดแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ อธิบดีเผยอนุญาตให้ชาวบ้านทำกินได้ปกติ-สั่งตรวจสอบเงื่อนไขสัมปทานทำเหมืองแร่
'อนุทิน' พูดเหน่ออ้อนชาวสุพรรณ เลือกภูมิใจไทยยกพรรค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศัยใหญ่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วยผู้สมัครทั้ง 5 เขต และรณรงค์เลือก สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย เบอร์ 37 โดยเริ่มต้นการปราศรัย ว่าพวกเรามารวมตัวกัน เพื่อนำชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น ความร่ำรวย
'วราวุธ-สรชัด' เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ ชาวบ้านบอกยังรักเหมือนเดิม
นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดสุพรรณบุรี เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในเขตอำเภอเมือง และได้เดินเข้าไปในตลาดทรัพย์สินสุพรรณบุรี ตำบลท่าพี่เลี้ยง
เปิดเบื้องลึก! ทำไม 'ภูมิใจไทย' มีแคนดิเดตนายกฯแค่ 2 คน
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไม ภูมิใจไทย มีแคนดิเดตเพียง 2 คน" โดยระบุว่า

