
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยโดยกระทรวงแรงงาน มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาล ร่วมกับเมืองท้องถิ่นของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2566 ซึ่งถือเป็นข่าวดีของแรงงานภาคเกษตรชาวไทยที่รอคอยไปมาตลอด เนื่องจากเป็นการไปทำงานระยะสั้น และไม่ต้องทดสอบทักษะด้านภาษา ทำให้แรงงานไทยมีโอกาสไปทำงานเกาหลีใต้ได้มากขึ้น ช่วยลดปัญหาการว่างงานในประเทศ และยังช่วยลดการลักลอบเข้าไปทำงานที่เกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย โดยคุณสมบัติเบื้องต้น ต้องมีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 25 - 50 ปี และมีการขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรหรือมีประสบการณ์งานเกษตร 1 ปีขึ้นไป
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้กระทรวงแรงงานหาแนวทางขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำ มีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับแรงงานไทย ซึ่งเกาหลีใต้นับเป็นตลาดแรงงานที่มีศักยภาพและเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากแรงงานต่างชาติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเทียบเท่าคนในชาติ และมีอัตราค่าจ้างแรงงานค่อนข้างสูง กระทรวงแรงงานจึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือร่วมกับทางการเกาหลีใต้เพื่อขยายตลาดแรงงานมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดแรงงานกับสมาคมอู่ต่อเรือของสาธารณรัฐเกาหลี ที่จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานด้วย วีซ่า E -7 (วีซ่าทักษะฝืมือ) โดยบริษัทจัดหางานฯ ภาคเอกชน ต่อเนื่องมาจนถึงการลงนาม MOU ประเภทงานเกษตรตามฤดูกาล วีซ่า E – 8 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า” รมว.แรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ทางการไทยได้ร่วมกับทางการเกาหลีใต้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของสาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 1 อำเภอ เป็นอำเภอนำร่องที่จะลงนามในบันทึกข้อตกลงจัดส่งแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ซึ่งทางการเกาหลีใต้ระบุอย่างชัดเจนให้กรมการจัดหางาน เป็นหน่วยงานจัดส่งแรงงาน ทำหน้าที่รับสมัคร คัดเลือก และจัดส่งแรงงานตามฤดูกาล โดยห้ามบริษัทจัดหางานเข้าแทรกแซงและทำสัญญาซ้อนกับแรงงาน และด้วยข้อตกลงนี้เป็นในลักษณะจัดส่งคนไทยไปทำงานต่างประเทศโดยรัฐ กรมการจัดหางานจะไม่คิดค่าบริการใด ๆ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายจัดส่งแรงงานขั้นพื้นฐาน
"กรมการจัดหางานจะแจ้งรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรที่สาธารณรัฐเกาหลี หลังจากมีการลงนาม MOU ร่วมกับทางการเกาหลีใต้ ซึ่งขณะนี้กำหนดวันลงนามชัดเจนแล้วเป็นวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ขอให้แรงงานไทยรอฟังข่าวดีจากกรมฯได้เลย” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารจากกรมการจัดหางานได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
ทส. ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม ‘รวมพลังแห่งความภักดี’
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”
ดร.ณัฏฐ์ อัดเพื่อนธนาธร เพ้อเจ้อโยงตึก SKYY9 ใส่ร้ายสุชาติ เตือนผิดพรบ.คอมพ์
สืบเนื่องจากนายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และเป็นเพื่อนสนิทนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะ
สปส.เร่งทยอยจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน ตั้งแต่ 20 ม.ค. 69
รัฐบาลเผย สปส. เร่งทยอยจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน ตั้งแต่ 20 ม.ค. 69 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ ย้ำ พร้อมดูแลคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ปีใหม่คึกคัก ! ทส. ต้อนรับนักท่องเที่ยวทะลุ 1.5 ล้านคน ชู “ขยะคืนถิ่น–ขยะอาหารเป็นศูนย์”
วันนี้ (5 มกราคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อกระตุ้นการเดินทางและเศรษฐกิจภาพรวม โดยโอกาสนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
รองนายกฯ สุชาติ ห่วงสถานการณ์ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 สั่ง ทส. เร่งติดตาม 17 จังหวัดภาคเหนือ บูรณาการทุกหน่วยคุมเข้มการเผา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

