รมว.สุชาติ มอบปลัดบุญชอบ แถลงข่าวส่งตัวแทนเยาวชนไทย 24 คนลงชิงชัยในเวทีแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนที่สิงคโปร์ 12 สาขา

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 13 มีนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน พร้อมเยาวชนร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน ไทยส่งเยาวชนร่วมการแข่งขัน 24 คน ใน 12 สาขา กำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2566 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวแถลงว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน เป็นข้อตกลงของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทุก 2 ปี และบรรจุไว้เป็นกิจกรรมหนึ่งของแผนงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภายใต้พิมพ์เขียวประชาคมสังคมและวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและกำลังแรงงานภูมิภาคอาเซียนเกิดความตื่นตัวและสนใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือของตนให้ทันต่อเทคโนโลยีและทัดเทียมมาตรฐานสากล จะส่งผลให้เยาวชนได้ก้าวสู่การเป็นช่างฝีมือในตลาดแรงงาน สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตและบริการของประเทศในอนาคต ซึ่งการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 แข่งขันระหว่างวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2566 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

นายบุญชอบ กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน เป็นเวทีที่เยาวชนไทยจะแสดงฝีมือให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงความสามารถและทักษะฝีมือของไทยที่ได้มาตรฐานทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งต่างชาติจะได้รู้ว่าเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ที่ผ่านมาเยาวชนไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาได้ในเวทีแข่งขันระดับนานาชาติ อาทิ สาขาการประกอบอาหาร และสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา และสถานประกอบกิจการ ตื่นตัวในการจัดส่งเยาวชนที่มีทักษะฝีมือร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้น อีกทั้งให้การสนับสนุนตั้งแต่การเก็บตัวฝึกซ้อมและส่งตัวแทนเยาวชนไปร่วมแข่งขันในเวทีต่าง ๆ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน หากสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาได้ ก็เป็นเครื่องชี้วัดในศักยภาพของแรงงานไทย ซึ่งมีผลต่อการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตด้วย สำหรับสิ่งที่เยาวชนจะได้รับนอกจากการก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่านี้คือระดับนานาชาติแล้ว ประสบการณ์ที่น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันได้รับสำคัญมากกว่าเหรียญรางวัล

“ผมขอเป็นเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง และเชื่อมั่นว่าจะสามารถคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยได้อย่างแน่นอน และขอเชิญชวนชาวไทยร่วมส่งแรงเชียร์ให้กับตัวแทนเยาวชนไทยที่ไปแข่งขันในครั้งนี้ด้วยครับ”

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศเจ้าภาพจัดให้มีการแข่งขันทั้งหมด 22 สาขา มีเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 180 คน จาก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน ลาว เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยกัมพูชาไม่ส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขัน สำหรับประเทศไทยจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งหมด 24 คน ใน 12 สาขา ประกอบด้วย 1) สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ทีม) 2) สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ทีม) 3) สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 4) สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น 5) สาขาเว็บดีไซน์ 6) สาขากราฟิกดีไซน์ 7) สาขาการแต่งผม 8) สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี 9) สาขาออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ 10) สาขาเทคโนโลยียานยนต์ 11) สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และ 12) สาขาการประกอบอาหาร เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันมีอายุไม่เกิน 22 ปี ซึ่งแต่ละประเทศส่งผู้เข้าแข่งขันได้ไม่เกินสาขาละ 2 คน การแข่งขันจะใช้เวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2566 มีพิธีเปิดในวันที่ 22 กรกฎาคม 2566 ประกาศรางวัลและปิดการแข่งขันในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 สำหรับเงินรางวัลที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัล ได้แก่ เหรียญทอง จำนวน 150,000 บาท เหรียญเงิน จำนวน 75,000 บาท เหรียญทองแดง จำนวน 40,000 บาท และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) จำนวน 20,000 บาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ พร้อมเคลียร์อาวุธปืนที่สะสม!

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ ห้ามพกปืนรับมีหลายกระบอก แต่เป็นของสะสม-เล่นกีฬา ตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่ง ยันไม่กังวลเรื่องลงพื้นที่ ถ้าถูกทําร้าย ถือเป็นโชคร้ายของเรา

'รมว.สุชาติ' ลุยจันทบุรี เร่งแก้ 'น้ำ-ช้างป่า-ที่ดินทำกิน' ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล 'คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด'

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง

'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

'รมว.สุชาติ' มอบหมาย อ.อ.ป. ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา สนับสนุนคอมพิวเตอร์ 22 เครื่อง เติมโอกาสเด็กโรงเรียนบ้านกิ่วลม จ.เชียงใหม่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดำเนินการจัด “พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ โรงเรียนบ้านกิ่วลม ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยสนับสนุนคอมพิวเตอร์ จำนวน 22 เครื่อง สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

'รมว.สุชาติ' ห่วงประชาชน เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางบ้านบึง สั่ง คพ. ตรวจคุณภาพอากาศเข้ม-แจ้งเตือนประชาชนใกล้ชิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ บริษัท ซิน อี้ ไท่ อินดัสเตรียล เทรด จำกัด ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยผลกระทบด้านมลพิษและสุขภาพของประชาชน พร้อมสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสนับสนุนการระงับเหตุ ตรวจสอบคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

'รมว.สุชาติ' เดินหน้าแก้ปัญหาขยะ 'ทับเบิก-เขาค้อ' ตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน