รัฐบาลเดินหน้า 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเลี้ยงถูกกฎหมายควบคู่การอนุรักษ์
02 ก.ย.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าแก้ไขข้อจำกัดเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก โดยสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกการกำหนดให้นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกปรอดหัวโขนมาอย่างยาวนาน
ภายหลังมติ ครม. ดังกล่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและลงนามในกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้นกปรอดหัวโขนพ้นจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง สามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และซื้อขายได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปลดข้อจำกัดที่มีมาอย่างยาวนาน เปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงสามารถเพาะพันธุ์และใช้ประโยชน์จากนกปรอดหัวโขนได้อย่างถูกต้อง และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ประชากรนกในธรรมชาติควบคู่กัน เพื่อไม่ให้การปลดล็อกนำไปสู่การลักลอบจับนกจากธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงกำหนด 3 มาตรการสำคัญ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
มาตรการแรก การคุ้มครองนกปรอดหัวโขนในพื้นที่ป่าธรรมชาติอย่างเข้มข้น โดยบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องนกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงห้ามล่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกเขต พร้อมตั้งด่านตรวจ ลาดตระเวนเชิงรุก สกัดกั้นการลักลอบดักจับ และขยายผลปราบปรามเครือข่ายค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ตลอดจนพัฒนาระบบข่าวกรอง ข้อมูล และขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่
มาตรการที่สอง การกำกับดูแลนกปรอดหัวโขนนอกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับสมาคมและเครือข่ายผู้เลี้ยงในการสำรวจ ขึ้นทะเบียน และควบคุมการเคลื่อนย้ายนกปรอดหัวโขน พร้อมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ผลักดันการดูแลนกให้อยู่ภายใต้กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมร่วมกับชุมชนและกลุ่มผู้เลี้ยง เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์
มาตรการที่สาม การยกระดับการเพาะพันธุ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยยกระดับมาตรฐานฟาร์มและกรงเลี้ยง มีผู้เชี่ยวชาญดูแล ขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์ และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนกตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้เลี้ยงทั่วประเทศและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขนเชิงพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์
นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จนถึงการประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถือเป็นการดำเนินการที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลรับฟังทั้งความต้องการของประชาชนและกลุ่มผู้เลี้ยงนกปรอดหัวโขน ตลอดจนข้อห่วงกังวลของฝ่ายอนุรักษ์ และนำมาวางมาตรการรองรับ เพื่อให้การเพาะเลี้ยงและการใช้ประโยชน์สามารถดำเนินไปได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังคงคุ้มครองนกในป่าธรรมชาติอย่างเข้มข้น
“การปลดล็อกครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนกปรอดหัวโขนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้ลดความสำคัญของการอนุรักษ์ แต่ยังคงดูแลนกในป่าธรรมชาติอย่างเต็มที่ เพื่อให้วิถีของผู้เลี้ยง การสร้างรายได้ และการอนุรักษ์สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะติดตามสถานการณ์ประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยหากพบการลักลอบจับนกจากธรรมชาติจนทำให้ประชากรลดลง จะเสนอให้นกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ของประชาชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
11 ต.ค.นี้ รบ.ชวน 'ผู้ประกันตน - นายจ้าง' ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
รัฐบาลชวนผู้ประกันตน - นายจ้าง ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค.นี้ ย้ำต้องเขียนเลขอารบิก-ห้ามนำสื่อหาเสียงเข้าคูหา
นายกฯ คอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์สั่งประสานข้อมูล 'อุตุฯ-เสรี ศุภราทิตย์' เพิ่มความแม่นยำ
นายกฯ คอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์ สั่งประสานข้อมูล 'กรมอุตุนิยมวิทยา-เสรี ศุภราทิตย์' เพิ่มความแม่นยำสูงสุด ก่อนฝนถล่มซ้ำช่วง 9-13 ต.ค. ย้ำจุดไหนน้ำท่วมสูงเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง เร่งระบายน้ำปากแม่น้ำบางปะกง
ขรก.ใน กทม.เฮ! หยุดยาวช่วงประชุมธนาคารโลก
รัฐบาลพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF ระหว่าง 12 – 18 ต.ค. ประกาศให้ส่วนราชการในพื้นที่ กทม. ปรับรูปแบบการทำงาน พร้อมประกาศวันหยุดเป็นกรณีพิเศษ แนะประชาชนวางแผนการเดินทาง รวมถึงการติดต่อราชการ
รัฐบาลยันผู้ประสบภัยแฟลตคลองจั่นได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ 100%
รัฐบาลยืนยันผู้ประสบภัยแฟลตคลองจั่นได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ชี้กรณีน้ำล้อมเกิน 7 วัน ได้รับสิทธิ 100% เร่งแก้ไขปัญหาให้เงินเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
'อนุทิน' เสวนาเวที Forbes Global CEO Conference 2026 ชูศักยภาพไทยพร้อมเชื่อมโลก
นายกฯ ร่วมเสวนา one-on-one กับ Steve Forbes บนเวที Forbes Global CEO Conference 2026 ชูศักยภาพไทยพร้อมเชื่อมโลก ดึงลงทุน สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
ไทยแรง! ติดอันดับนวัตกรรมโลกระดับท็อปเทนหลายด้าน
ไทยมาแรง! ขยับอันดับนวัตกรรมโลก ติด Top 10 โลกหลายด้าน รัฐบาลเร่งเปลี่ยน 'งานวิจัย' เป็นสินค้า–เทคโนโลยี–รายได้จริง

