
วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2566) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การขับเคลื่อนการจัดการขยะอาหารเพื่อรองรับเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะอาหารที่เป็น “วาระเร่งด่วน” โดยในปี 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการสำรวจองค์ประกอบขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยพบว่ามีสัดส่วนของขยะอาหารมากถึงร้อยละ 39 (9.68 ล้านตัน หรือ 146 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) จากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งประเทศจำนวน 24.98 ล้านตัน โดยนำมาคำนวณเป็นปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้นของประเทศ และจากการสำรวจ พบว่า องค์ประกอบของขยะอาหาร มีส่วนที่รับประทานได้ ร้อยละ 39 และส่วนที่รับประทานไม่ได้ ร้อยละ 61 ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาขยะอาหารของประเทศมีประสิทธิภาพ จึงจัดทำแผนที่นำทางการจัดการขยะอาหาร (ปี 2566 – 2573) และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะอาหาร ระยะที่ 1 (ปี 2566 – 2570) เป็นกรอบการแก้ไขปัญหาขยะอาหารของประเทศ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนของขยะอาหารในขยะมูลฝอยชุมชนจากร้อยละ 39 ลงเหลือไม่เกินร้อยละ 28 ภายในปี 2570 โดยมีมาตรการครอบคลุมการลด หรือทิ้งให้น้อยลง ตั้งแต่การจำหน่าย การประกอบอาหาร การบริโภค โดยมุ่งให้เกิดการคัดแยกขยะอาหารจากต้นทาง และนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ ผลิตพลังงานชีวภาพ ทำให้ลดการตกค้างของขยะที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค ลดมลพิษจากขยะ ลดการปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปี 2565 มท. ส่งเสริมการจัดการขยะอาหาร โดยใช้ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโดยสมัครใจ ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซได้มากกว่า 1,870,000 กว่าตัน
บันทึกความเข้าใจนี้ จะก่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องกำจัด และลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสียชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการคัดแยกและเก็บขนขยะมูลฝอยแบบแยกประเภท โดยเฉพาะขยะอาหารทั้งในชุมชนเมืองและชุมชนชนบท รวมถึงพัฒนากลไกในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะอาหาร
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทหน้าที่ในการสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะที่ต้นทางและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะ การคัดแยกขยะมูลฝอยแยกประเภท รวมถึงขยะอาหาร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ สนับสนุนองค์ความรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สร้างสังคมปลอดขยะ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ '3 พรรคดัง' นิยมซื้อเสียง ห่วงภาคใต้แข่งจ่ายเดือด
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 3 พรรคเน้นซื้อเสียง 2 พรรคแข่งซื้อในภาคใต้
‘ธนาธร-พรรคส้ม’ กับวลี ‘สส. ไม่มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด‘
วิธีคิดทางการเมืองของพรรคประชาชนหรือส้ม ตั้งอยู่บนฐานความเชื่อชุดเดียวกันมาตลอด นั่นคือการมองการเมืองเป็นเรื่องของโครงสร้าง กฎหมาย และระบบ มากก
ทส. เปิดเวทีอบรม “ปธส.” รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้พิธีปฐมนิเทศ และเปิดอบรม
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
'อนุทิน' ลั่นเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยหมดความเสี่ยง
'อนุทิน' หาเสียงศรีสะเกษ ย้ำชัดคำสั่งปชช.ห้ามเปิดด่าน ลั่นเลือก ภท.ประเทศหมดความเสี่ยง

