“พิพัฒน์” รมว.แรงงาน มอบ “บุญสงค์” เลขาธิการ สปส. เร่งเยียวยาเหยื่อทัวร์มรณะ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และพัทลุง โดยทันที

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วย นางเยาวดี เพ็ชรเกลี้ยง ประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช นางชุติมา เหมทานนท์ ประกันสังคมจังหวัดพัทลุง นายปฐพี จิระวรรณ ประกันสังคมจังหวัดสงขลา และผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ไว้อาลัย และมอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถโดยสารปรับอากาศเสียหลักตกไหล่ทางชนต้นไม้ บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ใกล้ทางเข้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัวผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ นางสาวยุวดี สุวรรณอินทร ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และครอบครัวนายเฉลิมวุฒิ จันทร์คำ ที่จังหวัดพัทลุง

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความเสียใจและมีความห่วงใยกับทายาทของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกำชับให้สำนักงานประกันสังคมเร่งให้ความช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ประกันตน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึ่งได้รับอย่างเต็มที่ในทันที โดยวันนี้ (10 ธ.ค. 66) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ผม และคณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 1 ตำบลสามตำบล อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้กำลังใจและมอบเงินประโยชน์ทดแทนกรณีตายจากกองทุนประกันสังคมให้แก่ทายาทของ นางสาวยุวดี สุวรรณอินทร ผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 90,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 100,710.78 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 240,710.78 บาท โดยมอบให้กับนายถนอม สุวรรณอินทร และนางพัชรินทร์ สุวรรณอินทร ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต



ในวันเดียวกันนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และคณะได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดพัทลุง เพื่อให้กำลังใจและมอบเงินประโยชน์ทดแทนกรณีตายให้กับครอบครัว นายเฉลิมวุฒิ จันทร์คำ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ณ วัดแจ้ง หมู่ 1 ตำบลชัยบุรี จังหวัดพัทลุง เป็นเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 25,279..80 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 84,995.63 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 160,275.45 บาท โดยมอบให้กับนายสมศักดิ์ จันทร์คำ บิดาของผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีสิทธิรับเงิน

กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประกันตน จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวผู้ประกันตน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกันตนเชื่อมั่นว่า สำนักงานประกันสังคมจะเป็นที่พึ่ง และเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทดแทนอย่างครบถ้วน และเข้าถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที นายบุญสงค์ กล่าวในตอนท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานประกันสังคม เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นปรับปรุง พ.ร.บ.เงินทดแทน ยกระดับความคุ้มครองลูกจ้าง

สำนักงานประกันสังคม เปิดรับฟังความคิดเห็นในชั้นหลักการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความคุ้มครองลูกจ้างให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นเพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายมีความเหมาะสม เป็นธรรม และตอบโจทย์ลูกจ้างได้อย่างแท้จริง

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน