
วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายนายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบโอวาทแก่แรงงานไทย 305 คน ที่เข้ารับการอบรมก่อนเดินทางไปทำงานไต้หวัน และญี่ปุ่น โดยมีนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้เข้ารับการอบรม ร่วมพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน
นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างโอกาสให้แรงงานไทยเพิ่มพูนประสบการณ์ มีรายได้มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จะต้องมีการอบรมคนหางาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยมีความรู้เข้าใจ ทราบเงื่อนไขตามสัญญาจ้างงาน สภาพการจ้าง และขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งรู้ช่องทางขอความช่วยเหลือ ทราบสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองคนหางานตามกฎหมาย สามารถไปทำงานด้วยความมั่นใจ และมีความพร้อมในการทำงาน โดยในวันนี้มีแรงงานไทยเข้ารับการอบรม จำนวน 298 คน เพื่อเตรียมเดินทางไปทำงานไต้หวัน จำนวน 291 คน ในตำแหน่งคนงานก่อสร้าง และพนักงานผลิตชิ้นโลหะ ญี่ปุ่น จำนวน 7 คน ในตำแหน่งพนักงานการเกษตร พนักงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร ซึ่งทั้งหมดเดินทางโดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง และกรมการจัดหางานกำลังทยอยจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานประเทศอิสราเอลประมาณ 3,000 คน

“ผมขอให้ทุกทคนตั้งใจทำงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งมึนเมา และการพนันทุกชนิด ที่สำคัญต้องวางแผนการออมเงิน เพื่อให้มีเงินเก็บ กลับมาต่อยอดหลังจากเสร็จสิ้นสัญญาจ้าง สุดท้ายขอชื่นชมทุกคนในความพยายามและความอดทน ฝึกฝนทักษะด้านภาษา ทักษะการทำงานจนผ่านการคัดเลือกไปทำงานต่างประเทศ”
ด้านนายนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ทั่วโลกใน 139 ประเทศ ซึ่ง 5 อันดับแรกที่คนไทยไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล และมาเลเซีย ตามลำดับ โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีการจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศแล้ว 64,943 คน ประมาณการรายได้เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่คนหางานในต่างประเทศส่งกลับประเทศไทยผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย รวม 181,492 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เสียงเข้ม! ช่วยไม่ได้ ทำผิดกฎหมายเอง หลังเกาหลีใต้สั่งแบนแรงงานไทย 4 จังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล
น้ำมันดิบรัสเซียชุดแรกมาถึงญี่ปุ่นแล้วนับตั้งแต่สงครามอิหร่าน
มีรายงานว่าญี่ปุ่นได้รับน้ำมันดิบล็อตแรกจากรัสเซียแล้ว นับตั้งแต่ปริมาณน้ำมันทั่วโลกถูกตัดขาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเริ่มต้นสงครามอิหร่าน
ทลายแก๊งตุ๋นส่งคนทำงานนอก เหยื่อกว่า 100 ราย สูญ 20 ล้าน
ตำรวจ ปคม. บุกจับ 2 ผู้ต้องหา บริษัทอ้างหางานเกษตรที่นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย หลอกเก็บค่าสมัคร ค่าวีซ่า ค่าอบรม ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ทั้งไทยและต่างชาติ บางคนขายที่นา จำนำรถ หาเงินจ่าย ก่อนเชิดเงินหนีเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท
นายกสมาคมกอล์ฟฯ เยี่ยมแคมป์ทีมชาติ พร้อมลุย'เอเชียนเกมส์2026'
นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจนักกอล์ฟทีมชาติไทย ในการเก็บตัวแคมป์ที่ 3 ณ สนามรอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก ระหว่างวันที่ 14-21 เม.ย. 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น
‘ดับร้อนสงคราม ด้วยหิมะซัปโปโร’ เส้นทางท่องเที่ยวแห่งความฝัน สดชื่นและกลิ่นอายคลาสสิก
ในวันที่โลกดูจะร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่แค่จากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังรวมถึงความร้อนระอุจากหน้าข่าวสารที่มีแต่กลิ่นอายของความขัดแย้งและนัยของสงครามที่แฝงตัวอยู่รอบด้าน
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน

