ครม.เห็นชอบ ให้ 24 พ.ค.ของทุกปีเป็น “วันป่าชุมชนแห่งชาติ” “วราวุธ” เผยผลความสำเร็จ ส่งเสริมป่าชุมชนแล้ว 11,327 แห่ง รวมเนื้อที่ 6.29 ล้านไร่ เกิดมูลค่าการพึ่งพิง 4,221 ล้านบาท แถมกักเก็บคาร์บอน 40 ล้านตัน พร้อมเดินหน้าต่อเต็มที่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ได้ดำเนินการบริหารจัดการป่าอย่างมีส่วนร่วมตามแนวทางป่าชุมชน มาตั้งแต่ปี 2543 โดยการส่งเสริมให้ชุมชนที่อยู่อาศัยรอบเขตป่ารวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง เข้ามาช่วยเหลือดูแลจัดการทรัพยากรป่าไม้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนภายใต้ข้อกฎหมายและระเบียบที่กำหนด โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงให้ความสำคัญต่อป่าไม้ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาป่า ส่งผลให้รัฐบาล หน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันปลูกและฟื้นฟูป่า รวมทั้งมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาป่า ในรูปของ “ป่าชุมชน” มากยิ่งขึ้น

“อีกทั้ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนแห่งชาติ ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 23 กันยายน2564 ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล มีมติที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอวันที่ 24 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันป่าชุมชนแห่งชาติ ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 11 มกราคม2565 เพื่อขอขอความเห็นชอบให้วันที่ 24 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันป่าชุมชนแห่งชาติ” นายวราวุธ กล่าว

 นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการกำหนดให้วันที่ 24 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันป่าชุมชนแห่งชาติ ประกอบด้วย หนึ่ง ประชาชนทั้งชาวป่าชุมชนและประชาชนทั่วไป มีความซาบซึ้ง และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน สอง ประชาชนทั่วไป หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของป่าชุมชนและทรัพยากรป่าไม้ของชาติรวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์ป่าชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สาม เครือข่ายป่าชุมชนและประชาชนทั่วไปได้มีโอการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาป่าชุมชนแต่ละแห่งอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภูมิสังคมหรือวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย และสี่ ป่าชุมชนของประเทศได้รับการพัฒนาให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 สอดคล้องกับหลักวิชาการ และเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562จำนวน 11,327 แห่ง ชุมชนมีส่วนร่วม 13,028 หมู่บ้าน เนื้อที่ 6.29 ล้านไร่ โดยมีเป้าหมายที่จะขยายการจัดตั้งป่าชุมชนทั่วประเทศให้ได้จำนวน จำนวน 15,000 แห่ง เนื้อที่ประมาณ 10 ล้านไร่

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวว่าได้มอบหมายให้กรมป่าไม้กำหนดเป็นแผนปฏิบัติงานและแผนงบประมาณประจำปี โดยสนับสนุนให้หมู่บ้านเป้าหมายมีความสามารถวางแผนและเสนอโครงการบริหารจัดการป่าตามความจำเป็นและความต้องการของชุมชน ตามความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่และสอดคล้องกับระเบียบกฎหมาย รวมทั้งต้องเป็นการดูแล รักษา หรือฟื้นฟูบำรุงป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืน ใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์ด้านการฟื้นฟู ด้านการพัฒนา ด้านการควบคุมดูแล และด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชน มาตั้งแต่ปีงบประมาณ2548 - ปีงบประมาณ 2564 จำนวน 5,923 หมู่บ้าน รวมเงินงบประมาณ 443,090,000 ล้านบาท

“ จากผลการประเมินป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จำนวน  11,327 ป่าชุมชน พบว่า จำนวนประชาชนที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 3.7 ล้านครัวเรือน เกิดมูลค่าการพึ่งพิงป่าชุมชน 4,221 ล้านบาท การกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในป่าชุมชน 40 ล้านตันคาร์บอน การกักเก็บน้ำในดินและปลดปล่อยน้ำท่า 4,321 ล้านลูกบาศก์เมตร และการประเมินมูลค่าระบบนิเวศของป่า 564,449 ล้านบาท”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองนายกฯ สุชาติ สั่งทบทวนมาตรการเคลื่อนย้ายช้างป่า หลัง ‘สีดอหูพับ’ เสียชีวิต ย้ำคุ้มครองประชาชนควบคู่สวัสดิภาพสัตว์ป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและกำกับการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ทส. เปิดเวทีอบรม “ปธส.” รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้พิธีปฐมนิเทศ และเปิดอบรม

รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ติดตามสถานภาพทรัพยากรทางทะเลอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ประกอบการปล่อยน้ำเสีย ลงทะเลหาดจอมเทียน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการมายังอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลัง ได้รับรายงานกรณีพบการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ทส. ลงพื้นที่นครสวรรค์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด มุ่งยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของประเทศ

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด

ทส. ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม ‘รวมพลังแห่งความภักดี’

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) และกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”

ทส. สั่งระดมพลตรวจสอบข้อร้องเรียนบุกรุกที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน พบผิดจริงสั่งดำเนินการตามกฎหมาย

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ใน 2 กรณี