
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการเสวนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน (ภาคเหนือ) โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะอนุกรรมการพัฒนาส่งเสริมและป้องกันด้านความปลอดภัยในการทำงาน ผู้ร่วมงานเสวนา และสื่อมวลชน ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยถึงการเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการเสวนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นการเสวนาที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานเป็นอย่างมาก ที่ทุกหน่วยงานจะได้แลกเปลี่ยนความรู้งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน นำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการผลงานของคลินิกโรคจากการทำงาน เพื่อดูแลลูกจ้างให้มีสวัสดิภาพความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี พร้อมได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณ ผ่านโครงการด้านการส่งเสริมและป้องกันเกี่ยวกับความปลอดภัย และโรคเนื่องจากการทำงาน ได้แก่ โครงการคลินิกโรคจากการทำงาน โครงการอบรมแพทย์ประเมินสมรรถภาพ โครงการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน และโครงการอบรมให้ความรู้แก่ลูกจ้าง ผ่านสภาองค์การนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อลดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยของลูกจ้าง ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานของลูกจ้างในปี 2567 ทั่วประเทศ มีสถิติอยู่ที่ 1.55 ราย ต่อลูกจ้าง 1,000 ราย ส่วนใน 17 จังหวัดภาคเหนือสถิติอยู่ที่ 4.68 ราย ต่อลูกจ้าง 1,000 ราย ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะต้องมีการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การประสบอันตรายลดลงในปี 2568

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจความสำคัญของงานกองทุนเงินทดแทนแก่ทั้งนายจ้าง และลูกจ้างที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเงินทดแทน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการดำเนินการสนับสนุนงบประมาณด้านการป้องกันและส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนประชุมหารือและระดมความคิดเห็นในการสร้างแนวทางในการบูรณาการงานร่วมกันของเครือข่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและป้องกันความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และก้าวทันตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อให้สังคมแรงงานเข้าถึงข้อมูลสำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 400 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะอนุกรรมการพัฒนาส่งเสริมและป้องกันด้านความปลอดภัยในการทำงาน ผู้แทนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย สถานประกอบการ ประกันสังคมจังหวัด/หัวหน้าสาขา และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมการมอบโล่และประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการต้นแบบการลดการประสบอันตราย จำนวน 16 แห่ง ซึ่งเป็นรางวัลที่ยืนยันถึงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สามารถใช้เป็นต้นแบบและจูงใจให้สถานประกอบการอื่น ๆ เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันอันตรายให้แก่ลูกจ้างอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเสริมว่า กิจกรรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และก้าวทันตามกระแสเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อให้สังคมแรงงานเข้าถึงข้อมูลของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยการจัดงานประชุมวิชาการเสวนาฯ ที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนายจ้าง ลูกจ้าง เป็นอย่างดีในทุกจังหวัด แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานมากขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาให้แรงงานไทย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ
'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ
สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้
สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้
ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์
‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน
'ดีอี'ยันข่าวจริงอนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท
ดีอี ยันข่าวจริง "อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69" ขอเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น
'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล
'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ

