ชวนผู้ประกันตนโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า!

รัฐบาลชวนผู้ประกันตนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ไม่ให้สิทธิประโยชน์สูญเปล่า ย้ำผู้จัดการศพมีสิทธิรับค่าทำศพ 50,000 บาท และผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับเงินได้ภายใน 2 ปี

25 มิ.ย.2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะโสด ไม่มีบุตร ไม่มีทายาทตามกฎหมาย หรือผู้ที่ต้องการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่บุคคลเฉพาะราย จึงขอเชิญชวนให้จัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมส่งต่อถึงบุคคลที่ต้องการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกรณีตายตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ล่วงหน้า

กรณีไม่ได้ระบุผู้รับสิทธิไว้ สำนักงานประกันสังคมจะเฉลี่ยจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่สามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีทายาทตามกฎหมายอยู่แล้ว และไม่ได้ประสงค์จะมอบสิทธิให้บุคคลใดเป็นการเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนที่ไม่มีคู่สมรสตามกฎหมาย ไม่มีบิดามารดาหรือทายาทตามกฎหมาย หรือผู้ที่ต้องการมอบสิทธิให้แก่บุคคลอื่น เช่น คู่ชีวิต พี่น้อง หรือบุคคลใกล้ชิด ควรจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการใช้สิทธิและป้องกันปัญหาการไม่มีผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว

“รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะโสด ตรวจสอบสิทธิของตนเองและจัดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่สะสมจากการส่งเงินสมทบสามารถส่งต่อไปยังคนที่รักและคนที่ต้องการดูแลได้อย่างครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้ประกันตน” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

สำหรับสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตายจะจ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือ หรือทายาทตามกฎหมายแล้วแต่กรณี โดยหากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12 เดือน รวมทั้งอาจมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับสำนักงานที่ดิน! จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมออนไลน์ทั่วประเทศ

รัฐบาลดิจิทัลของจริง ยกระดับสำนักงานที่ดิน บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินต่างสำนักงานออนไลน์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสำนักงานที่ดิน กทม.เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ

'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!

รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง

สั่งทุกมหาวิทยาลัยตรวจสอบรับนักศึกษาต่างชาติ!

รัฐบาลเร่งตรวจสอบกรณีมหาวิทยาลัยถูกตั้งข้อสังเกตรับนักศึกษาต่างชาติผิดปกติ สั่งเช็กทุกหลักสูตรและเส้นทางขอวีซ่า ปิดช่องโหว่ที่อาจกระทบมาตรฐานอุดมศึกษาไทย ย้ำพบผิดดำเนินการตามกฎหมายทันที

รัฐบาลตั้งการ์ดสูงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ! รับมือฝนเดือนสิงหาคม

รัฐบาลยกการ์ดสูงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ สั่งหน่วยเกี่ยวข้อง รับมือฝนเดือนสิงหาคม ระดมเครื่องจักรกลเข้าจุดเสี่ยง - ตั้งศูนย์พักพิงพร้อมช่วยเหลือ 24 ชม.

เปิดถึง 30 ก.ย.นี้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้ง Solar Rooftop

รัฐบาลเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้ง Solar Rooftop ถึง 30 ก.ย.นี้ เดินหน้าพลังงานสะอาด ยกระดับมาตรฐานการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

รัฐเพิ่มเงื่อนไข 'ผู้รับเหมา' ทำอันตรายต่อชีวิต-ทรัพย์สิน ให้นับเป็นการทิ้งงาน เจอลงโทษหนัก

รัฐบาลปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย  กฎกระทรวงใหม่ผู้รับเหมา เพิ่มเงื่อนไข “การทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน” ให้ถือเป็นลักษณะของ “การทิ้งงาน” ลงโทษเด็ดขาด