นายธนวัง ศรีนันทพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO โรงเรียนการจัดการโรงแรมนานาชาติ (ITIM School : International Hotel &Tourism Industry Management School หรือ สถาบันไอทิม) เปิดเผยถึงเป้าหมายหลักในปีการศึกษา 2568 ว่าโรงเรียนมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา เพื่อรองรับธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยไอทิมยังคงรักษาเอกลักษณ์ของหลักสูตรที่ผสมผสานการเรียนภาคทฤษฎีแบบอเมริกัน และการฝึกปฏิบัติแบบสวิส ภายใต้หลักสูตร 2-Year Diploma Program ซึ่งตอบโจทย์นักศึกษายุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น ทั้งในสายการทำงาน และการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้โรงเรียน I-TIM ยังปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเสริมทักษะแห่งโลกอนาคต คือ Technology & Digital Skills การประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ตลอดจนการขายและการตลาดผ่านโลกออนไลน์ (Digital Sales & Marketing) รวมถึงทักษะสำคัญในโลกการทำงานปัจจุบัน อย่าง Soft Skills เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญด้านการบริการแบบครบวงจร ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ Hybrid Active Learning ที่ผสมผสานการเรียนในห้องเรียนและแพลตฟอร์มออนไลน์ "ไอทิมพลัส" เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"เรามุ่งเน้นให้นักศึกษามีทั้งทักษะรอบด้าน ความรู้ความเชี่ยวชาญ และจิตวิญญาณแห่งการบริการ (Service Mind) เพื่อสร้างความโดดเด่นในตลาดแรงงาน รวมถึงสร้างบุคลิกภาพอย่างมืออาชีพ (Professional Personality) รวมถึงการได้เรียนกับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติ หลากหลายประเทศ สร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Cultural Diversity) มีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน สามารถก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานได้ทันที เหล่านี้ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สร้างให้นักศึกษาไอทิมมีความโดดเด่น ตามปรัชญาการศึกษาของเราที่ว่า Bring The BEST" นายธนวังกล่าว
ในด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมการโรงแรมทุกบทบาทล้วนมีความสำคัญ นายธนวังยังกล่าวถึง ทิศทางของธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคเทคโนโลยี และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลก โดยทุกบทบาทในธุรกิจโรงแรม ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานครัว จนถึงแม่บ้าน ต่างมีความสำคัญต่อการสร้าง Customer Experience ที่ราบรื่นและน่าประทับใจ
นายธนวังกล่าวเสริมว่า การทำงานร่วมกัน (Teamwork) จึงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบริการ ที่ทุกตำแหน่งมีความสำคัญและคุณค่าเท่าเทียมกัน สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันในวัฒนธรรมที่หลากหลาย เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน
AI กับอนาคตการศึกษาและการทำงานด้านบริการ
สำหรับความกังวลที่ว่า AI จะลดความนิยมในสายงานบริการ นายธนวังยืนยันว่าเทคโนโลยี AI จะเป็น "เครื่องมือสนับสนุน" มากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่การบริการแบบมนุษย์ เนื่องจากการบริการที่แท้จริงยังคงต้องพึ่งพาการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล AI จะช่วยสร้างมิติใหม่ของการให้บริการ สามารถยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังคงไม่สามารถทดแทนความละเอียดอ่อนและการดูแลลูกค้าด้วยใจได้อย่างสมบูรณ์
หลักสูตรของ I-TIM จึงเพิ่มทักษะด้าน Technology & Digital Skills ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะดั้งเดิมทั้ง Hard Skills และ Soft Skills เพื่อให้นักศึกษาเป็นบุคลากรที่พร้อมทำงานทันที พร้อมความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและจรรยบรรณ"AI จะกระตุ้นให้เกิดทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นต่ออนาคต นักศึกษาไอทิมจะได้เรียนรู้รอบด้าน สามารถก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจและโดดเด่นในสายตาผู้ประกอบการ" นายธนวังกล่าวปิดท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในสายอาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยวจบมาแล้วมีงานทำ หรือเรียนต่อปริญญาตรีในต่างประเทศ
ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่ากว่า อย่าพลาดโอกาสดีๆในการสมัครเรียนได้ทาง https://www.i-tim.ac.th/admission โทรศัพท์ : 02-732-0170 / 085-551-1185 / เว็บไซต์ : https://www.i-tim.ac.th/ อีเมล์ : [email protected] ไลน์ : @itimschool วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. (ในวันและเวลาทำการ).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กยท. ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร ขับเคลื่อนการใช้น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
กยท. ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่น เป็น Smart Learning Center พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรที่มีชีวิต เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย พร้อมใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการใช้น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมในยางพาราและพืชอื่นๆ ก่อนจะขยายผลการไปยังเครือข่าย 33 แห่งในพื้นที่ 10 จังหวัดอีสานตอนบน
ซีพีอาสา เคียงข้างคนไทย ระดมพลังบริษัทในเครือ ช่วยน้ำท่วมจังหวัดน่าน ส่งต่ออาหาร-สิ่งของจำเป็น พร้อมดูแลการสื่อสาร เคียงข้างผู้ประสบภัยในทุกมิติ
จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)
“สุชาติ” สั่งเดินหน้าแผนรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก เร่งติดตามความพร้อมรับสถานการณ์
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มช. เปิดตัว “CMU RiverWatch” ขับเคลื่อนงานวิจัยบูรณาการ สู่การจัดการปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก เชื่อมวิทยาศาสตร์ ชุมชน และนโยบาย เพื่อสร้างทางออกที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนการวิจัยเพื่อรับมือปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก จัดการประชุมเปิดตัว (Kick-off Meeting) โครงการ “CMU RiverWatch”
S&P เบเกอรี่แบรนด์แรก ประกาศความสำเร็จ คว้า Carbon Neutral Product ยกระดับ 2 ผลิตภัณฑ์ขายดี “บัตเตอร์เค้กวานิลลา” และ “เค้กกล้วยหอม”
คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงความสำเร็จในงานสัมมนา “Driving Business Towards Carbon Neutrality
“ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยน่าน ส่งถุงยังชีพ–อาหารทางอากาศ เข้าถึงพื้นที่ถูกตัดขาด เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมสนามบินน่านนคร โดยบูรณาการการทำงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

