เปิด 'ยะลาโมเดล' ชวนฟังเคล็ดลับสร้างเมืองสุขภาพดี จากนายกฯ พงษ์ศักดิ์ ที่งาน Active City Forum

“ยะลา” เป็นพื้นที่พหุสังคม ที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา ทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ทว่าเมืองยะลาก็สามารถพัฒนาสู่เมืองสุขภาวะ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ทั้งยังตั้งเป้าลดภาวะโลกร้อน ลดอุณหภูมิของเมืองปีละ 2 องศา ภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา หนึ่งในวิทยากรงาน Active City Forum: Activate City for Healthier Life "ขยับเมือง ขยับชีวิต" 

ความโดดเด่นของเมืองยะลา ซึ่งสามารถจัดการพื้นที่สีเขียวที่มีถึง 17 ตารางเมตรต่อคน เกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้เมืองควรมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตรต่อคน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงสุขภาวะของประชาชน

การเปิดพื้นที่และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดให้มีสภาประชาชน และลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยคำนึงถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้ แม้ในช่วงที่เกิดความไม่สงบ เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็ปรับกลยุทธ์เป็นการฟื้นฟูเมืองในหลายด้าน โดยใช้ต้นทุนที่มีอยู่ จากการเป็นเมืองที่มีผังเมืองที่ดี พื้นที่สีเขียว ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่ทำให้ผลไม้ยะลามีรสชาติดี รวมถึงต้นทุนทางการศึกษาและวัฒนธรรมจากความเป็นพหุสังคมของทั้งคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยมลายูมุสลิม

"เรามองเมืองในอนาคตว่าต้องแข่งขันด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุนมนุษย์ และระบบการสื่อสาร เราจึงพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งยะลาก็อยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวและเสริมว่าล่าสุดทางเทศบาลนครยะลาได้จัดซื้อที่ดิน 150 ไร่นอกเขตเทศบาล เพื่อชดเชยการเติบโตของเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ ยังมีการออกกฎควบคุมความสูงของอาคารที่อยู่ใกล้พื้นที่สาธารณะไม่ให้สูงเกิน 15 เมตร ป้องกันปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat Island) ในย่านกลางเมือง ผลจากการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชากรในเขตเทศบาลเมืองยะลา ที่แต่เดิมชอบทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้งอยู่แล้ว ยิ่งมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่องาน Active City Forum นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เมืองเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกอย่างเริ่มต้นที่เมือง ที่ผ่านมารัฐส่วนกลางยังเข้าใจผิดเพราะใช้ส่วนภูมิภาคในการดำเนินการ ฉะนั้นถ้าเมืองมีความเข้มแข็ง มีความเข้าใจ จะทำให้เมืองมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เข้าใจว่าหน้าที่ของเมืองต้องเอื้อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี (Well Being) ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต

ทั้งนี้ งาน Active City Forum: Activate City for Healthier Life ได้รับความร่วมมือจาก สสส. we!park และภาคีจัดขึ้นวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 ที่ห้าง EMSPHERE  ชั้น G จะมีการนำเสนอแนวคิดและตัวอย่างการพัฒนาเมืองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยนายกฯ เมืองยะลา จะมาร่วมเสวนาในหัวข้อความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในเมือง อันนำไปสู่เมืองสุขภาพดี ในวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 13.00-14.30 น.ร่วมกับวิทยากรอีก 4 คน ได้แก่ 1) Dr.Matt Benson จาก Think City International ประเทศมาเลเซีย 2) น.ส.อิสริยา เฉลิมศิริ นักวิชาการส่งเสริมการลงทุนระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ 3) น.ส.จินนา ตันศราวิพุธ จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเมืองที่ส่งเสริมสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน นับเป็นโอกาสสำคัญ    ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองให้เอื้อต่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือ ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.ticketmelon.com/thaimice หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/wecreatepark/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยะลาคุมเข้มชายแดนไทย-มาเลย์ สกัดเป้าหมายความมั่นคงหลังไฟใต้ปะทุถี่

ฝ่ายความมั่นคงยะลายกระดับเฝ้าระวังแนวชายแดนไทย-มาเลเซียและย่านเศรษฐกิจ หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่ง

“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ

วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง

'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs

สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง       วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต” 

ปลดล็อก “ความเหลื่อมล้ำ” ด้วยบ้านและครอบครัว นวัตกรรมเชิงนโยบายคืนศักดิ์ศรีคนไร้ที่พึ่ง สู่หลักประกันระยะยาวของสังคมไทย

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ จากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และจำนวนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพของ “คนไร้ที่พึ่ง”

ขับเคลื่อนพื้นที่ตัวอย่าง “ปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน” สร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน...ด้วยพลังชุมชน

ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้เริ่มที่ปลายทางของการปราบปราม แต่เริ่มตั้งแต่ต้นทางของ “ความเปราะบาง” ในครอบครัวและชุมชน ช่องว่างระหว่างวัย ความไม่เข้าใจกันของพ่อแม่ลูก ครูศิษย์