
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ค. 2568 ที่ลานนิทรรศการหมุนเวียนชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริ มสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดพิธีเปิดนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? - MY LIFE EXHIBITION ภายใต้โครงการ "รู้ทันสื่อรู้ทันภัยป้องกันเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า" เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พ.ค. ของทุกปี
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เนื่องในวันงดสูบุบหรี่โลกปี 2568 องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคตินเสพติด จน ตาย” เพื่อมุ่งให้ประชาชนตระหนักถึงกลยุทธ์ที่อุตสาหกรรมยาสูบใช้ทำตลาดดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ยังไม่มีเคยสูบบุหรี่มาก่อน จากปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด สสส. ร่วมกับ ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ศึกษาสถานการณ์ค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของกลุ่มผู้สูบบุหรี่ต่างๆ ในไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง 4 จังหวัดภาคใต้ 1,029 คน ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา พบว่า กลุ่มผู้หญิง และLGBTQIA+ ส่วนใหญ่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงสูบบุหรี่มวน

“ที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มเยาวชนอายุ 15-20 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 65.5% ผู้สูบยิ่งอายุน้อยยิ่งมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าสูบบุหรี่มวน เหตุผลหลักที่สูบคือเพื่อคลายเครียด และติดนิโคตินจนไม่สามารถเลิกได้ โดยพบค่าใช้จ่ายจากการสูบบุหรี่มวนอย่างเดียวอยู่ที่ 892.67 บาทต่อเดือน คิดเป็น 7.16% ของรายได้หลัก ค่าใช้จ่ายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเดียวอยู่ที่ 1,080.81 บาทต่อเดือน คิดเป็น 16.43% และสูบทั้งสองอย่างอยู่ที่ 1,290.74 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 9%” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า แม้ผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 คนไทยมีแนวโน้มสูบบุหรี่ลดลงอยู่ที่ 16.5% แต่ภาคใต้ยังมีการสูบบุหรี่มากที่สุด 22.2% มีคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเป็น 900,459 คน เป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี จำนวน 251,625 คน ถือว่าเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าในเวลา 3 ปี สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยาสูบมีการปรับกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าปี 2567 ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ใน 4 โรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด รวมสูงถึง 306,636,973 บาท

นพ.พงศ์เทพ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า สสส. จึงทำงานเชิงรุกมุ่งให้เกิดสังคมที่ห่างไกลปลอดปัจจัยเสี่ยง และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ทุกชนิด เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองและคนรอบข้าง โดยสสส. ร่วมกับ ธปท. จัดนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? ออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายคือ เยาวชน เป็นนิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟ และกิจกรรมที่ชวนตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นและเลือกให้ถูก แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ 1.โซน Tunnel Exhibition : Magic Milk เปิดประสบการณ์สำรวจบุหรี่ไฟฟ้า มี 3 ห้อง ห้องแรกมีแอปเปิลสีสดใสเป็นตัวแทน แสดงถึงกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ห้องสองแสดงเบื้องหลังความสวยงามที่หลอกล่อของแอปเปิล หรืออุตสาหกรรมยาสูบที่ใส่สารพิษอันตราย และห้องสามเป็นห้องมืดสนิท มีการตั้งคำถามชวนติดตามและแสดงวิดีโอเพื่อสัมผัสแสง สี เสียงที่จะกระตุ้นความคิด 2.โซน FACT บุหรี่ไฟฟ้า นำสรุปความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีอันตรายซ่อนอยู่ภายใต้หน้าตาแสนน่ารักหรือ Toy Pod ชวนให้รู้ทันเทรนด์ และแคมเปญการสื่อสารหลอกล่อ ราคาสุขภาพที่ต้องจ่ายและเงินออม ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี ทุกอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่วันนี้-22 มิ.ย. 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้ ธปท.

ดร.โสภี สงวนดีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ ธปท. เปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่ปี 2561 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร ประวัติศาสตร์ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านบริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์เงินตรา การจัดนิทรรศการและกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งครั้งนี้ได้ร่วมกับ สสส. จัดนิทรรศการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่น่ากังวลและส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก เป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่มีแนวโน้มการใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่ลงไปถึงเด็กนักเรียนระดับประถม โดยศูนย์การเรียนรู้ ธปท. เป็นที่รู้จักของกลุ่มคนที่หลากหลาย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป จึงมั่นใจว่าจะมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมให้บรรลุเป้าประสงค์สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

