
ราษฎรบ้านทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ต่างปลื้มปีติ หลังได้รับพระราชทานความช่วยเหลือโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแบบครบวงจร แก้ปัญหาน้ำหลากและภัยแล้งที่มีมายาวนาน ข้าวโพดและถั่วลิสงให้ผลผลิตดี ลำต้นใช้เป็นอาหาร โค กระบือมีคุณภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างยั่งยืน
นายพงษ์ศักดิ์ สมบัติกำไร ราษฎรบ้านทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ผู้ขอพระราชทานความช่วยเหลือ เปิดเผยระหว่างให้การต้อนรับพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการ ฯ ในการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรบ้านทุ่งฝนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาว่า
“ชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำหลากและน้ำแล้งซ้ำซาก ส่งผลต่อการเพาะปลูกข้าวโพดและถั่วลิสงซึ่งเป็นอาชีพหลัก จึงได้ขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เมื่อมีแหล่งน้ำ ชาวบ้านสามารถปลูกพืชได้หลากหลายชนิด มีรายได้และความเป็นอยู่ที่มั่นคงกว่าเดิม”

ด้านนางสาวสุดใจ อุตมะชะ ราษฎรบ้านโนนสะอาด อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ เผยว่า ราษฎรอำเภอทุ่งฝนส่วนใหญ่จะมีอาชีพการเกษตรปลูกข้าวโพดและถั่วลิสง โดยหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดและถั่วลิสง จะมีกลุ่มผู้เลี้ยงโคกระบือในพื้นที่มารับซื้อลำต้นที่เหลือไปเป็นอาหารโคและกระบือ แต่ที่ผ่านมามักจะประสบปัญหาเรื่องน้ำ ถ้าน้ำมากเกิดน้ำหลากพืชที่ปลูกก็เสียหาย ช่วงหน้าแล้งขาดน้ำผลผลิตก็ไม่สมบูรณ์ ขายไม่ได้ราคา
“เมื่อมีแหล่งน้ำ ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น ข้าวโพดถั่วลิสงก็สมบูรณ์ พืชผักที่ปลูกก็จะหลากหลายขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น และครอบครัวไม่ต้องขัดสนเหมือนที่ผ่านมา ก็ขอขอบพระคุณพระองค์ท่านที่พระราชทานความช่วยเหลือสร้างฝายกักเก็บน้ำให้ จะได้มีน้ำใช้ปลูกพืชผักได้ตลอดทั้งปี” นางสาวสุดใจ อุตมะชะ กล่าว
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรบ้านทุ่งฝนฯ ประกอบด้วยการก่อสร้างฝายพร้อมระบบส่งน้ำ และสถานีสูบน้ำ 2แห่ง ปัจจุบันกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำแห่งที่ 1 พร้อมระบบส่งน้ำมีความคืบหน้าอยู่ที่ ร้อยละ 50 สถานีสูบน้ำแห่งที่ 1 พร้อมระบบส่งน้ำ มีความคืบหน้าอยู่ที่ ร้อยละ 95 ด้วยงบปกติ และในปีงบประมาณ 2568 สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างฝายและระบบส่งน้ำซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะสามารถเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของราษฎรบ้านทุ่งฝน จำนวน 1,900 ครัวเรือน 7,573 คน พื้นที่การเกษตร 2,600 ไร่ มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ในการนี้องคมนตรี ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลาย พร้อมปล่อยพันธุ์ปลานิลและปลายี่สก จำนวน 100,000 ตัว ร่วมกับเจ้าหน้าที่และราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารและสร้างอาชีพประมงน้ำจืดให้แก่ชุมชนในโอกาสต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' ลุยอุดรฯ ลั่นทวงคืนเมืองหลวงเสื้อแดง!
'ยศชนัน' เปิดเวทีแรกอุดรฯ ประกาศทวงคืนเมืองเพื่อไทย ขอเหมา 10 เขต ขณะที่ 'ณัฐวุฒิ' ขอให้ ปชช.ตัดสินใจให้เด็ดขาด สั่งสอนคนย้ายพรรค “ไผเป็นไผ” ทำเอาเกือบหาคนลงไม่ทัน
'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง
ททท. ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แสงสีเสียงแห่งอีสาน ในงาน VIJIT@อุดรธานี “เสน่ห์แสง ศิลป์ ถิ่นอีสาน” ระหว่างวันที่ 22 - 31 สิงหาคม 2568
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน VIJIT@อุดรธานี “เสน่ห์แสง ศิลป์ ถิ่นอีสาน” ภายใต้บรรยากาศแสง สี เสียง และสื่อผสมเชิงศิลป์ สุดตระการตา
'อนุทิน' นำทีมเกาะติดเหตุเพลิงไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี
“อนุทิน” พร้อมผู้บริหาร มท. ติดตามสถานการณ์พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี มอบหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งบรรเทาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

