'อนุทิน' นำทีมเกาะติดเหตุเพลิงไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี

“อนุทิน” พร้อมผู้บริหาร มท. ติดตามสถานการณ์พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี มอบหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งบรรเทาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

15 มิ.ย. 68 – เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านจำหน่ายพลาสติกบริเวณถนนรอบเมือง (อุดรธานี-หนองบัวลำภู) อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายราชันย์ ซุ่นฮั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 68 เวลาประมาณ 21.30 น. เกิดเหตุไฟไหม้ร้านจำหน่ายพลาสติก เลขที่ 310/14 ตำบลหมากแข้ง ตั้งอยู่บริเวณถนนรอบเมือง (อุดร – หนองบัวลำภู) ใกล้กับปั๊มน้ำมันบางจาก สาขารอบเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ทำให้อาคารโกดังและสินค้าพลาสติกได้รับความเสียหาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และจังหวัดอุดรธานี ได้บูรณาการรถน้ำ/รถดับเพลิงจากหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมเข้าระงับเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก็บสินค้า ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น จาน ชาม และเก้าอี้พลาสติก โดยคาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสภาพอาคารค่อนข้างเก่าและไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง ซึ่งหลังได้พบกับเจ้าของกิจการ ทราบว่าได้ทำประกันอัคคีภัยไว้ โดยมีวงเงินความคุ้มครองครอบคลุมสินค้าที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัทประกันภัย โดยได้รับความร่วมมือและการประสานงานจากกสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด (คปภ.)

“ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ประสานงานกับนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี ได้เข้าควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้จนสงบลงเป็นที่เรียบร้อย และได้มีการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติ โดยห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากโครงสร้างของอาคารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเพลิงไหม้ อาจเกิดการทรุดตัวหรือถล่มลงมาได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายอำเภอ ผู้นำท้องที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการสำรวจความเสียหายและหาสาเหตุการเกิดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ทั้งในด้านการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนสิ่งของดำรงชีพที่จำเป็น รวมถึงเร่งบรรเทาเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบ 2 หนุ่มอุดรฯ รับโอนเงินแก๊งคอลฯ อ้างให้ยืมบัญชี แลกเหล้าขาวขวดเดียว

กองปราบรวบ 2 ผู้ต้องหาชาวอุดรธานี เอี่ยวขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 7.6 แสนบาท พบหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดบัญชีรับเงิน ก่อนโอนต่อฟอกผ่านคริปโตฯ อีกคนอ้างถูกเพื่อนหลอกยืมบัญชี แลกเหล้าขาว 1 ขวด ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้ก่อคดี

นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.

นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

นายกฯบุกภูเก็ตปราบมาเฟียรุกที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล