
จังหวัดกระบี่ เมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลกที่มีเสน่ห์จากธรรมชาติและวัฒนธรรม กำลังเดินหน้าไปอีกขั้นด้วยการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ไม่เพียงแค่เป็น “สวรรค์ของนักท่องเที่ยว” หากแต่ยังจะกลายเป็น “สวรรค์แห่งความปลอดภัย” เมื่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกับจังหวัดกระบี่ ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ 13 องค์กรสำคัญ ทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ภาคประชาสังคม และสถานประกอบการ รวมพลังผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้าง “ต้นแบบเมืองปลอดยาเสพติดและถนนปลอดภัย” ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต
นี่ไม่ใช่เพียงพิธีลงนามเชิงสัญลักษณ์ แต่คือการขับเคลื่อนจริงจังที่มีเป้าหมายชัดเจน ครอบคลุมทั้ง 398 หมู่บ้าน และ 14 ชุมชนทั่วจังหวัดกระบี่ เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่สุข สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่เด็ก เยาวชน และครอบครัวจะเติบโตโดยไม่พัวพันกับยาเสพติด และไม่เสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า แต่ละปีมีคนหนุ่มสาวไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนมากถึง 17,000 คน โดยกว่า 70% อยู่ในวัยแรงงานที่เป็นกำลังหลักของประเทศ ขณะเดียวกันอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใหญ่มีเพียง 48% และเด็กเพียง 16% แม้จะเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ก็ยังต่ำเกินไปที่จะหยุดยั้งการสูญเสียได้
ด้วยเหตุนี้ สสส.จึงร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ผลักดัน “ธนาคารหมวกนิรภัย” ส่งต่อหมวกกันน็อกคุณภาพให้เด็กและผู้ใช้ถนน พร้อมนำสื่อสร้างสรรค์ เช่น นิทานและเกม เข้าไปสอนในศูนย์เด็กเล็ก ให้เด็กกลายเป็นพลังสำคัญในการชวนพ่อแม่สวมหมวกนิรภัย เพื่อเป็นวัฒนธรรมที่ปลูกฝังตั้งแต่ครอบครัวสู่ชุมชน

การลงนาม MOU ครั้งนี้ยังครอบคลุมประเด็นร้อนแรงอย่าง “ยาเสพติด” ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่กัดกินสังคมไทยมายาวนาน สสส.ได้สนับสนุนการใช้แนวทาง "CBTx" หรือ Community-Based Treatment and Rehabilitation เพื่อให้ชุมชนล้อมรักษาผู้เสพ และคืนเขาสู่สังคม โดยมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน การปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดก็ต้องเข้มข้น เพื่อให้แนวทาง “No Drugs No Dealers” เกิดผลในทางปฏิบัติ

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกต้องไม่มีภาพจำด้านลบ ปัญหายาเสพติดและอุบัติเหตุบนท้องถนน คือสองอุปสรรคใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง จึงได้ดำเนินมาตรการเข้มข้นในทุกอำเภอ ทั้งการปราบปรามยาเสพติด ยึดยาบ้าได้กว่า 1.4 แสนเม็ดในช่วงที่ผ่านมา และการสร้างจิตสำนึกในเยาวชนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมทั้งกำหนด Roadmap กวาดล้างยาเสพติดทุกหมู่บ้าน เพื่อให้ 398 หมู่บ้าน และ 14 ชุมชนปลอดจากทั้งผู้ค้าและผู้เสพ
ในด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เน้นย้ำว่า “หมวกนิรภัย” คือสัญลักษณ์ความปลอดภัยที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก การสร้างธนาคารหมวกนิรภัยและรณรงค์ในครอบครัวจะช่วยให้การสวมหมวกนิรภัยกลายเป็นความเคยชิน เช่นเดียวกับการคาดเข็มขัดนิรภัย ที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้อย่างมหาศาล

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการ สสส. เสริมว่า การขับเคลื่อนในกระบี่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความปลอดภัยเชิงกายภาพ แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งระบบ เพราะจังหวัดกระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล การสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติว่า “ถนนทุกสายปลอดภัย เมืองทั้งเมืองปลอดยาเสพติด” จะกลายเป็นจุดขายเชิงภาพลักษณ์ที่สร้างรายได้ต่อเนื่องและยั่งยืน
ยุทธศาสตร์ใหญ่ของ สสส.จึงแบ่งเป็นสองด้านสำคัญ ด้านแรกคือการป้องกันยาเสพติด ผ่านการเสริมพลังครอบครัวให้เป็นเกราะป้องกัน สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ และพัฒนาชุมชนต้นแบบปลอดอบายมุข ส่วนด้านที่สองคือการลดอุบัติเหตุทางถนน มุ่งสู่การสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่ปลอดภัย เน้นดื่มไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย 100% ใช้มาตรการเข้มข้นช่วงเทศกาล และสร้างเครือข่ายท้องถิ่นกำหนดมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเซ็นเอกสาร แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ให้จังหวัดกระบี่เดินหน้าไปสู่การเป็น “เมืองสวรรค์อันดามันต้นแบบ” ที่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านมั่นใจได้ว่า จะปลอดภัยจากทั้งยาเสพติดและอุบัติเหตุทางถนน

เมื่อทุกภาคส่วนสานพลังกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาชน โรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดกระบี่จึงไม่ได้เพียงสร้างภาพลักษณ์ใหม่เท่านั้น แต่กำลังสร้าง “วัฒนธรรมใหม่” ที่จะส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไป และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้จังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยเดินรอยตาม
และนี่คือภาพฝันที่กำลังจะเป็นจริง... “เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ปลอดภัยและปลอดยาเสพติด” ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นความหวังที่กำลังลงหลักปักฐานในแผ่นดินอันดามัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
'ภาษีบาป' เดือด! 4 ร่างกฎหมายจุดศึก รื้อเงินบำรุง-หนุนค้านโต้กันยับ
ร่างกฎหมายรื้อระบบ “ภาษีบาป” จุดกระแสถกเถียง “ศุภชัย” ยันไม่ยุบ 4 องค์กร แค่เปลี่ยนเงินเข้าสู่ระบบงบ
โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ
โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง
'ป้ามล' แฉยับภาครัฐขอใช้งบ สสส. มากกว่าเอ็นจีโอ
นางทิชา ณ นคร (ป้ามล) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง
นายกฯ ไม่ตอบปมแก้กฎหมายภาษีบาป บอกวันนี้คุยเรื่องภัยพิบัติ
นายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามปมเสนอแก้กฎหมาย สสส. ยกเลิกเงินบำรุงจากสุราและยาสูบ ระบุสั้นๆ วันนี้มาประ

