จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย เปิดโครงการ “ติดอาวุธเสริมศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมสู่สากล (Go Global Startup Bootcamp): Chula – DC Silicon Startup Bridge” ร่วมกับ Founder Institute (FI) ประเทศสหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นเครือข่ายนักลงทุน การบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการบริษัทสตาร์ทอัพของไทย ในการเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาธุรกิจในระดับสากล ทั้งในด้านองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การระดมทุน ตลอดจนการก้าวเข้าสู่เครือข่ายสตาร์ทอัพระดับโลก
โดยได้จัดงานปฐมนิเทศโครงการฯ ระหว่างวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุม 103 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) เพื่อเปิดตัวและต้อนรับสตาร์ทอัพจากทั่วประเทศ และสปินออฟจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 30 ทีม สู่เส้นทางการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมเพื่อขยายสู่ตลาดโลกอย่างเป็นระบบ
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเปิดโครงการ “ติดอาวุธเสริมศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมสู่สากล (Go Global Startup Bootcamp): Chula – DC Silicon Startup Bridge ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการก้าวเดินอย่างมั่นคงสู่การเสริมสร้างพันธกิจในการบ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรม ที่มีศักยภาพในการแข่งขันและประสบความสำเร็จในเวทีโลก ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเศรษฐกิจดิจิทัลมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา สตาร์ทอัพได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องอาศัยมากกว่าเพียงแนวคิดที่ดี แต่ต้องมีมุมมองระดับสากล เครือข่ายที่เข้มแข็งและหลากหลาย รวมถึงประสบการณ์จริงจากระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก
ด้วยเหตุนี้ ความร่วมมือกับ Founder Institute จึงมีความหมายอย่างยิ่ง Founder Institute ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ หนึ่งในองค์กรบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพชั้นนำของโลก มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 200 เมือง และนักลงทุนมากกว่า 1,000 รายทั่วโลก โดยมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีฐานองค์ความรู้จากงานวิจัยของจุฬาฯ ให้สามารถเติบโตตามมาตรฐานสากล พร้อมเชื่อมต่อกับระบบนิเวศนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะ Silicon Valley และ Washington DC
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าวต่อไปว่า การผสานองค์ความรู้ด้านการบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับโลกจากซิลิคอนแวลลีย์ เข้ากับจุดแข็งด้านการวิจัยและศักยภาพผู้ประกอบการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะช่วยสร้างเส้นทางใหม่ให้กับนวัตกรไทยในการก้าวสู่ตลาดสากล ผ่านโครงการเข้มข้นระยะเวลา 3 เดือน ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์เต็มรูปแบบ ควบคู่กับการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว จากผู้ประกอบการและนักลงทุนตัวจริงในสหรัฐอเมริกา โดยโครงการเปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการถือหุ้นในกิจการ
โครงการ Go Global Startup Bootcamp: Chula – DC Silicon Startup Bridge with Founder Institute (FI) สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมและสตาร์ทอัพไทยให้เชื่อมโยงกับเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก้าวใหม่อุดมศึกษาไทย มช. จุฬาฯ มหิดล จับมือร่วมกำหนด ยุทธศาสตร์การศึกษาแห่งอนาคต
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลังครั้งสำคัญของอุดมศึกษาไทย ภายใต้คอนเซปต์ MC² (MC กำลังสอง) การรวมพลังจากความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของมหาวิทยาลัยหลักของประเทศ เพื่อยกระดับระบบอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรมของไทยอย่างเป็นระบบและมีพลังทวีคูณ
'หมอยง' แนะเวลาเหมาะสมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
'หมอยง' บอกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปกำลังระบาดมาก!
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
ก้าวสู่ปีที่ 2 จุฬาฯ เปลี่ยนสยามเป็นสนามเด็กเล่น เปิดโลกผจญภัยในวันเด็กแห่งชาติ 2569
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปลี่ยนสยามสแควร์ให้กลายเป็นโลกผจญภัยของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นทดลองบทบาทอาชีพต่างๆ
จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทย เตรียมทดสอบทางคลินิกที่ศิริราช
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยี "AnthoRice™ Complex" นวัตกรรมเซรั่มบำรุงรากผมจากสารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ไทย

