ถอดบทเรียนเมืองปลอดควันจากฟิลิปปินส์ สู่ภารกิจใหญ่‘กทม.’มหานครปลอดบุหรี่

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ในศตวรรษที่ 21 ปัญหาสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมกลายเป็นโจทย์ท้าทายที่ไม่อาจมองข้าม หนึ่งในภัยเงียบที่ฝังรากลึกและสร้างผลกระทบต่อประชาชนทุกช่วงวัย คือ ควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้ทำร้ายเฉพาะผู้สูบ หากแต่แผ่ขยายอันตรายไปถึงคนรอบข้าง ผ่านควันบุหรี่มือสองและมือสาม การขับเคลื่อนนโยบาย “มหานครปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพส่วนบุคคล แต่คือวาระสาธารณะของเมืองและประเทศ

ไทยเผชิญโจทย์ซ้อน บุหรี่ข้ามชาติ

ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติ โดยเฉพาะจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ อีกด้านหนึ่งคือการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ แม้มีกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ถือว่าครอบคลุมและก้าวหน้า แต่การบังคับใช้ในชีวิตจริงยังมีช่องว่าง ส่งผลให้ควันบุหรี่ยังคงปะปนอยู่ในบ้าน ที่ทำงาน พื้นที่สาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยว

เมืองอิโลอิโล ต้นแบบอาเซียนกับความสำเร็จที่จับต้องได้

เมืองอิโลอิโล ประเทศฟิลิปปินส์ ถูกยกให้เป็นกรณีศึกษาสำคัญของการพลิกเมืองให้ปลอดควันบุหรี่ เมืองแห่งนี้มีประชากรราว 447,992 คน ได้รับสมญานามว่าเป็น “นครที่จงรักภักดีและสง่างามที่สุด” และยังได้รับการยอมรับในระดับอาเซียนจากการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างจริงจัง จนคว้ารางวัล ASEAN Smoke-Free Award 2024 ระดับเหรียญทอง ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน

บทเรียนจากอิโลอิโลถูกนำมาถอดรหัสในเวที “ประชุมเชิงปฏิบัติการเมืองปลอดบุหรี่ ถอดบทเรียนความสำเร็จการบังคับใช้กฎหมายเมืองอิโลอิโล ประเทศฟิลิปปินส์” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านการควบคุมยาสูบ เวทีดังกล่าวไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับนโยบาย “กรุงเทพฯ มหานครปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” ให้ก้าวจากแนวคิดสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวเลขสะท้อนปัญหา คนไม่สูบแต่ยังเสี่ยงควันพิษ

ข้อมูลด้านสุขภาพสะท้อนความรุนแรงของปัญหาอย่างชัดเจน องค์การอนามัยโลกประเมินว่าประเทศไทยได้คะแนนเพียง 6 จาก 10 ในด้านการคุ้มครองประชาชนจากควันบุหรี่ในที่สาธารณะ แม้คนไทยส่วนใหญ่จะไม่สูบบุหรี่ แต่กลับต้องเผชิญความเสี่ยงจากควันบุหรี่มือสองในสัดส่วนที่สูง ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยพบว่า มากกว่า 70% เคยได้รับควันบุหรี่มือสอง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบในบ้านสูงถึงเกือบ 70% สะท้อนว่าบ้าน ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงด้านสุขภาพ

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ชี้ให้เห็นว่า มีกฎหมายที่ครอบคลุมเพียงพอ แต่การบังคับใช้ที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย เมื่อเทียบกับประเทศที่สามารถทำได้อย่างเข้มงวด เช่น อังกฤษ หรือฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะได้เกือบ 100% ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันสะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้จริงอย่างเสมอภาค

ในมิติสุขภาวะ สสส.ชี้ว่า บุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ชายไทยมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่าผู้หญิงถึง 9 ปี และทำให้ประเทศสูญเสียปีสุขภาวะจากการตายและพิการก่อนวัยอันควรมากถึง 14 ล้านปีต่อปี โดยกว่า 3.5 ล้านปีมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ กรุงเทพมหานครเองก็เผชิญปัญหานี้อย่างชัดเจน ค่าเฉลี่ยอายุของคนกรุงเทพฯ ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บทบาทของเมืองหลวงจึงไม่ใช่เพียงการบริหารจัดการเมือง แต่ต้องเป็นผู้นำด้านสุขภาพของประชาชน

กทม.ประกาศชัด เดินหน้าเมืองสุขภาพดีปลอดควัน

กรุงเทพมหานครประกาศเดินหน้าสู่การเป็น “มหานครปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้นโยบายเมืองสุขภาพดี มาตรการสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดพื้นที่ปลอดควันในสถานที่สาธารณะ โรงเรียน สถานพยาบาล ตลาด และชุมชน การปกป้องเด็กและเยาวชนจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ การเพิ่มช่องทางการเลิกบุหรี่ที่เข้าถึงง่าย ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ

การบังคับใช้กฎหมายถือเป็นหัวใจสำคัญ เจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 50 เขตได้รับอำนาจในการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนโดยไม่ต้องพึ่งพาตำรวจ พร้อมจัดกำลังเฉพาะกิจเพื่อตรวจตราการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเตือนผู้ประกอบการร้านค้า หากฝ่าฝืนขายบุหรี่ให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องเผชิญโทษทั้งจำคุกและปรับอย่างเด็ดขาด

กฎหมายต้องมาพร้อมความเข้าใจของสังคม

บทเรียนจากเมืองอิโลอิโลชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากความเข้มงวดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสื่อสาร การสร้างความเข้าใจ และการให้เวลาประชาชนปรับตัว เมืองอิโลอิโลใช้เวลาในการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เปิดรับฟังความคิดเห็น และอธิบายถึงอันตรายของควันบุหรี่ต่อคนที่ไม่ได้สูบ ก่อนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อกฎหมายถูกใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ความร่วมมือจึงเกิดขึ้นโดยสมัครใจ

การเดินหน้าสู่ “กรุงเทพฯ มหานครปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” จึงเป็นมากกว่านโยบายด้านสาธารณสุข หากคือการปรับวิธีคิดของสังคมทั้งระบบ จากการมองว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องส่วนบุคคล สู่การตระหนักว่าสิทธิในการหายใจอากาศบริสุทธิ์คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน บทเรียนจากฟิลิปปินส์พิสูจน์แล้วว่า เมืองปลอดควันไม่ใช่ความฝัน หากเป็นเป้าหมายที่ไปถึงได้ เมื่อกฎหมายจริงจัง การบังคับใช้ชัดเจน และประชาชนพร้อมเดินไปด้วยกัน เพื่ออนาคตที่ทุกคนหายใจได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.-กรมสุขภาพจิต ดัน ‘วิ่งกับลูก’ ครั้งที่ 4 เสริมใจเด็ก สร้างพลังครอบครัว

สสส.- กรมสุขภาพจิต หนุนพลังครอบครัว สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ผ่านกิจกรรม “วิ่งกับลูก ครั้งที่ 4” ส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

'เอกนิติ' ปลื้ม ประชาชนรอ ‘คนละครึ่งพลัส’ เล็งรวม ‘บัตรสวัสดิการพลัส’

“เอกนิติ” เผย ลงพื้นที่ตลาดสามย่าน กระแสตอบรับดี ประชาชนรอ “คนละครึ่งพลัส” กลับมา - เล็งรวม “บัตรสวัสดิการพลัส” เพิ่มความต่อเนื่อง-ใช้ง่าย - จ่อ เสิร์ฟนโยบาย “สูงวัยพลัส–ชุมชนพลัส” กระจายเศรษฐกิจสู่ต่างจังหวัด

'ปวีณา' ติวเข้มผู้สมัคร ขอปักธง กทม. แก้ปัญหาสังคม

'ปวีณา' ติวเข้มผู้สมัคร สส.กทม. ย้ำ 'ข่มขืนฆ่าโหด' ประหารสถานเดียว ลั่นรับไม่ได้ทุกกรณี หลังถูกถามปมทนายดังคุกคามนักศึกษาสาว จี้ กกต. ประชาสัมพันธ์บัตรเลือกตั้งให้ชัด พบประชาชนยังสับสน

ผนึกภาคีเครือข่าย สร้างสังคมปลอดภัยไร้ควัน

แม้สังคมไทยจะพูดถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงที่ยังคงปรากฏชัดคือ ควันบุหรี่ยังไม่เคยหายไปจากชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจต่อรอง