
วันนี้ (1 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยประชาชน หลัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 62 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 3–6 มีนาคม 2569 ซึ่งอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่
โอกาสนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯเตรียมความพร้อมเชิงรุก โดยมอบหมายให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กรมป่าไม้ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ป่าเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและชุมชนใกล้ป่า พร้อมรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการทำงานแบบ “บูรณาการข้อมูล” ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน ศูนย์ดิจิทัลเทคโนโลยีและอากาศยาน (ศทอ.) ได้เตรียมความพร้อมอากาศยานของกระทรวง (ฮ.ทส.) พร้อมกำลังคน เครื่องมือ และระบบสนับสนุนทางอากาศไว้อย่างครบถ้วน สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยหรือผู้บาดเจ็บในพื้นที่เข้าถึงยาก พร้อมประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินรองรับตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนตลอดช่วงวันที่ 3–6 มีนาคมนี้
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และแจ้งเหตุน้ำหลาก–ดินถล่ม ได้ที่กรมทรัพยากรธรณี โทร. 02-621-9701-5 สายด่วนนิรภัย 1784 (ปภ.)สายด่วนรัฐบาล 1111 กด 5 ศูนย์บริการร่วม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โทร. 1310 และ Line “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID @1784DDPM) หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และแจ้งเหตุได้ทันที เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' นำจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดโรงทานกว่า 200 ซุ้ม แจกข้าวสาร 25,000 ถุง ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานพรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี
รมว.สุชาติ ไม่ปล่อยผ่าน! สั่งตรวจเข้มข่าวปลอม-ภาพ AI ป่วนแม่น้ำป่าสัก ย้ำแก้ปัญหาจริง ไม่ปล่อยข้อมูลเท็จหลอกประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์ข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด
'รมว.ทส. สุชาติ' นำคณะผู้บริหาร ทส. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ท้องสนามหลวง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) นําคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 175 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
“สุชาติ” ปลื้ม “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ย้ำเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เผยใช้เวลาผลักดันผ่าน 5 รัฐบาล จาก “ลุงตู่” ถึง “อนุทิน 2”
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังคณะกรรมการมรดกโลก มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย ว่า
ทส. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
วันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) เวลา 08.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
'สุชาติ' นำทีม ทส. หารือผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกยูเนสโก ตอกย้ำนโยบายรัฐบาล 'อนุทิน' เดินหน้าคุ้มครองมรดกโลก ยกระดับบทบาทไทยบนเวทีนานาชาติ
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การพัฒนา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง


