
วันนี้ (9 มีนาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ VDO Conference โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมกำหนดแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในปัจจุบัน รวมถึงการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ในระยะต่อไป พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงความคืบหน้าการบูรณาการปฏิบัติการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่นอกจากนี้ ยังมีการรายงานภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ 14 กลุ่มป่าทั่วประเทศ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและวางแผนการปฏิบัติการควบคุมไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้หัวหน้ากลุ่มป่าในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง รายงานสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มป่าแม่ยม จังหวัดแพร่ พะเยา และลำปาง กลุ่มป่าถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง และกลุ่มป่าตอนใต้จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และตาก พร้อมกันนี้ ยังได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายสภาลมหายใจ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเสียสละ พร้อมย้ำว่าปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ทรัพยากรป่าไม้ และเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญสูงสุด โดยในปีนี้ได้ปรับแนวทางการทำงานให้เน้นการป้องกันเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากการดำเนินงานร่วมกันที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์มีสัญญาณที่ดี โดยจุดความร้อนลดลงร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้หลัก “รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นย้ำ 4 แนวทางสำคัญ ในการดำเนินงานในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ได้แก่
1. ขับเคลื่อนโมเดล “14 กลุ่มป่า” ทำงานแบบไร้รอยต่อ โดยให้บริหารจัดการไฟป่าโดยไม่ยึดติดเส้นเขตความรับผิดชอบ เชื่อมการทำงานระหว่างป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรให้เป็นพื้นที่เดียวกันในการจัดการ พร้อมปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนปฏิบัติการของทั้ง 14 กลุ่มป่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการบูรณาการในพื้นที่
2. ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ โดยให้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวน จุดตรวจ และจุดสกัดตามยุทธการ “ตรึงพื้นที่” พร้อมสื่อสารเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการรณรงค์แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อลดการเผาซ้ำซาก

3. ปฏิบัติการทางอากาศ เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว โดยเมื่อเกิดไฟต้องเข้าถึงพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ขยายวง โดยขอให้สนับสนุนอากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่วิกฤตตามความจำเป็น พร้อมทั้งจัดหาโดรนที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เพื่อเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ยึดหลัก “เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว คุมไม่ให้ลุกลาม” พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ
4. War Room 24 ชั่วโมง ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยให้เดินหน้าศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับกับจังหวัด และบูรณาการการทำงานกับฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่จงใจเผาป่าโดยไม่มีข้อยกเว้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลยันเร่งคลี่คลายปม 'ทับลาน' เดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง
รัฐบาล ยัน คลี่คลายปมทับลาน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน ยึดกฎหมายควบคู่รักษาผืนป่า
“รมว.สุชาติ” สั่ง กรมทะเล ตรวจสอบกรณีพบปลาหมอคางดำใกล้ท่าเรือน้ำลึกบางสะพาน เร่งเฝ้าระวังป้องกันกระทบระบบนิเวศทะเล
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ไต๋หนึ่ง บางสะพาน” แจ้งการพบ “ปลาหมอคางดำ” บริเวณร่องน้ำเดินเรือที่ระดับความลึกประมาณ 12 เมตร ห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 1 ไมล์ทะเล ณ ท่าเทียบเรือน้ำลึกบางสะพาน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569
'รมว.สุชาติ' มอบ 'อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี' สานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านไดโนเสาร์และธรณีวิทยา ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนนำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมประชุมและหารือความร่วมมือด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ มหาวิทยาลัยจังหวัดฟุกุอิ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569
"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"
นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี
“สุชาติ” นำทีม ทส. กระชับสัมพันธ์ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือสิ่งแวดล้อม–ทรัพยากรธรณี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว
“รมว.สุชาติ” สั่งระดมเก็บขยะมรสุมเกาะพีพี เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนปกป้องทะเลไทย–รักษาภาพลักษณ์ท่องเที่ยวระดับโลก
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

