สำเร็จ! กยท. ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบกว่า 1.1 ล้านลิตร ช่วยเกษตรกรโคนม ชูประสิทธิภาพเพิ่มผลผลิตการเกษตร เตรียมขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์

กยท. ประสบผลสำเร็จ ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบได้กว่า 1.1 ล้านลิตร เร่งบูรณาการขยายตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่าย หมุนรายได้ซื้อน้ำนมดิบในเฟสต่อๆ ไป มุ่งสร้างเสถียรภาพราคาช่วยเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม การันตีเป็นน้ำหมักชีวภาพที่มีธาตุอาหารครบถ้วน ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำยาง ต้นยางแข็งแรง กรีดง่าย พร้อมเตรียมขอขึ้นทะเบียนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ รองรับตลาดเกษตรอินทรีย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. ประสบผลสำเร็จในการดำเนินโครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง หรือน้ำหมักอะมิโนน้ำนม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยสามารถซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศรวม 2 เฟส ได้ถึง 716,180 กิโลกรัม คิดเป็น 102.3% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 700,000 ลิตร และสามารถนำไปผลิตเป็น
น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบได้กว่า 1,140,000 ลิตร ซึ่งใช้งบประมาณจากหน่วยธุรกิจ (BU) ของ กยท. ประมาณ 70 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด กยท.นำมาบรรจุไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่แบ่งเป็น 4 ขนาด ได้แก่ ขนาด 1 ลิตร จำหน่ายราคาขายปลีก 100 บาท, ขนาด 5 ลิตร จำหน่ายราคาขายปลีก 450 บาท, ขนาด 20 ลิตร จำหน่ายราคาขายปลีก 1,400 บาท และขนาด 200 ลิตร จำหน่ายราคาขายปลีก 14,000 บาท

สำหรับการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบดังกล่าว กยท.  ได้คัดเลือกสหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด จ.กาญจนบุรี  เป็นพื้นที่นำร่องในการผลิต   ภายใต้สูตรที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยและควบคุมการผลิตโดยกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งน้ำหมักชีวภาพดังกล่าวมีทั้งธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองที่พืชต้องการ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์พืช ลดปัญหาใบอ่อนปิดงอหรือยอดแห้ง นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช ส่งเสริมการแตกใบและยอด ช่วยให้รากแข็งแรง ดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์ที่ช่วยปรับปรุงความสมดุลในดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ บำรุงดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี กระตุ้นการย่อยสลายสารอินทรีย์ ช่วยลดกลิ่นเหม็นและยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด รวมทั้งกรดแลคติกที่เกิดจากการหมักยังช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นโทษในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พืชมีผลผลิตเพิ่มขึ้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ต้นพืชเแข็งแรงทนทานต่อโรคมากขึ้น

กยท.ได้นำไปทดลองใช้ในสวนยางพาราแล้ว พบว่า ต้นยางมีความแข็งแรง เปลือกนิ่ม ช่วยบำรุงหน้ายาง ไม่ให้แห้ง กรีดยางได้ง่าย ได้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กยท. มีนโยบายส่งเสริมให้ใช้น้ำหมักชีวภาพร่วมกับปุ๋ยเคมีซึ่งมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามในขณะนี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ให้สามารถขายน้ำนมดิบที่เสียแล้วได้อีกในราคาไม่ต่ำกว่า 12 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเดิมน้ำนมดิบดังกล่าวจะต้องถูกทิ้ง ถือเป็นการชดเชยรายได้ส่วนที่ขาดหายไป
อีกทั้งเมื่อ กยท. นำน้ำนมดิบมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพแล้ว ยังส่งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง โดยจะได้รับส่วนต่างจากการขายไม่น้อยกว่าลิตรละ 30 บาทอีกด้วย รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. กล่าว

สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางนั้น กยท. จะนำน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบไปแจกจ่ายให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ผ่านโครงการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อการปลูกแทน  และโครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร  ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการสวนยางแนวใหม่ ที่ผสานองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยีสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สวนยาง โดยปรับใช้แนวคิดการจัดการสวนยางที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้เกษตรกรชาวสวนยางใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพื่อให้สวนยางกลายเป็นแหล่งผลิตที่ให้ทั้งรายได้และความยั่งยืนในระยะยาว

รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. กล่าวต่ออีกว่า กยท. ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการนำน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบไปใช้กับพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และนำรายได้ที่เกิดขึ้นมาหมุนเวียนรับซื้อน้ำนมดิบในเฟสต่อๆ ไป อันจะช่วยสร้างเสถียรภาพราคาน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอขึ้นทะเบียนน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบเป็นปุ๋ยอินทรีย์กับกรมวิชาการเกษตร เพื่อรองรับตลาดเกษตรอินทรีย์ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มุ่งลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มปริมาณการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อฟื้นฟูปรับโครงสร้างของดินที่เสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ควบคู่กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กยท. มั่นใจจีนยกเว้นภาษีนำเข้ายางพาราไทย 0% ช่วยเสริมศักยภาพ ขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น

กยท. ประสบผลสำเร็จในการเจรจากับรัฐบาลจีน ยกเว้นภาษีนำเข้ายางพาราจากไทยเหลือ 0% เผย สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ไทยขยายตลาดยางได้เพิ่มขึ้น พร้อมมั่นใจกฎ EUDR จะช่วยให้จีนต้องการยางจากไทยมากขึ้น สร้างความมั่นคงและเพิ่มเสถียรภาพให้ยางพาราของไทยอย่างแน่นอน

กยท.หนุนชาวสวนยางที่ยื่นขอโค่นยางฯ ด้วยทุนตนเองไว้แล้ว การันตี!!จ่ายเงินกว่า 2,800 ล้าน ครบภายในก.ย. นี้

กยท.เดินหน้าอนุมัติคำขอ - พร้อมจ่ายเงินส่งเสริมและสนับสนุนกษตรกรชาวสวนยางในการปลูกยางทดแทน หวังลดภาระหนี้สินให้ชาวยาง พร้อมเร่งรัดจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ยื่นคำขอฯ

กยท. ถอดบทเรียน รุกฆาตปราบปรามยางเถื่อน เพิ่มโทษยึดทรัพย์ ยันไม่เป็นมวยล้มมั่นใจราคาทะลุสามหลัก

กระทรวงเกษตรฯ เอาจริงปรับเกมส์รุกประกาศสงครามปราบปรามยางเถื่อน กยท. ถอดบทเรียนทบทวน แก้ไข อุดช่องโหว่กฎหมาย ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ยางพาราแนวโน้มดี คาดสิ้นปีนี้อาจแตะเลข 3 หลัก ยันภาษีสหรัฐไม่กระทบ/จับมือหน่วยงานรัฐเพิ่มปริมาณการใช้

กยท. เดินหน้าสร้างเสถียรภาพยางพารา มั่นใจการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐไม่ส่งผลกระทบ เร่งเพิ่มการใช้ยางภาครัฐ จับมือหน่วยงานราชการใช้ยาง Greenergy Tyre

กยท. ผนึกกำลังร่วมค้นหาต้นแบบสู้โรคใบจุดกลมยางพารา หวังพบวิธียับยั่งการระบาดที่มีประสิทธิภาพ

กยท. เดินหน้าแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา หรือ โรคใบจุดกลมยางพารา เผยแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแปลงสาธิต 9 วิธี เพื่อค้นหาต้นแบบวิธีการแก้ปัญหาโรคใบร่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มั่นใจสามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้