
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยกำลังเห็นภาพใหม่ของการพัฒนา เมื่อ “พลังของเด็กและเยาวชน” เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการออกแบบอนาคตของชุมชนตนเอง
ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 7,800 แห่ง ได้ร่วมกันเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง โดยมีเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่าหมื่นคน เกิดเป็นการขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาวะชุมชนผ่านกลไกท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนได้แล้วถึง 180 แห่ง
อีกทั้งยังมีสภาเด็กและเยาวชนในตำบลสุขภาวะที่มีความเข้มแข็งกว่า 243 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยเปลี่ยนบทบาทของสภาเด็กและเยาวชนจากเพียงพื้นที่กิจกรรมให้กลายเป็น “หุ้นส่วนการพัฒนาท้องถิ่น” ที่ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมออกแบบนโยบายสาธารณะระดับตำบล เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและสังคมของคนรุ่นใหม่
ความก้าวหน้าดังกล่าวถูกนำมาถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในงานมหกรรมแสดงผลงานและมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “แจ่มเจอนี่! (Journey)” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม
เวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นภาพการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นศูนย์กลาง โดยเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและร่วมกำหนดทิศทางของชุมชน

นายกู้เกียรติ นิ่มเนียม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า การพัฒนาเด็กและเยาวชนถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงร่วมมือกับ สสส.และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
จากความร่วมมือดังกล่าว ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบด้านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนแล้ว 32 แห่ง ซึ่งมีระบบการทำงานที่ชัดเจนและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ ขณะเดียวกันยังมีท้องถิ่นต้นแบบด้านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอีก 180 แห่ง ที่ดำเนินงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบลงทะเบียนและฐานข้อมูลกิจการสภาเด็กและเยาวชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามกิจกรรมและพัฒนานโยบายอย่างเป็นระบบ รวมทั้งช่วยสร้าง “นิเวศการเรียนรู้” ที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนในฐานะพลเมืองที่มีคุณภาพ

ในมุมของการสร้างสุขภาวะของเด็กและเยาวชน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า โลกยุคดิจิทัลทำให้เด็กและเยาวชนเผชิญความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ รวมถึงภัยจากมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนและเยาวชนมากที่สุด การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงความสามารถและฝึกบทบาทผู้นำ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
ข้อมูลจากรายงานสุขภาพไทยปี 2568 สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ที่น่ากังวล โดยพบว่าเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ภายในเวลาเพียง 1 ปี จาก 24,050 คน ในปี 2564 เป็น 269,533 คน ในปี 2565 ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ปี 2566 พบว่า เยาวชนไทยกว่า 32.3% เคยเล่นพนันออนไลน์ โดยมีเงินเดิมพันเฉลี่ยเดือนละ 1,633 บาท และมีเงินหมุนเวียนจากกลุ่มเยาวชนมากถึงกว่า 58,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หากสังคมไม่เร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน ปัญหาสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจในอนาคตอาจทวีความรุนแรงขึ้น
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2560 สสส.ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อเด็กและเยาวชน จนเกิดพื้นที่เรียนรู้กว่า 1,054 แห่งทั่วประเทศ มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์รวมกว่า 1,376 กิจกรรม และมีเด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์มากกว่า 200,000 คน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นกว่า 3,395 คน ให้มีทักษะในการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกว่า 24,000 คน ได้เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมสุขภาวะในชุมชน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมสุขภาวะกว่า 32 นวัตกรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น สุขภาพจิต บุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ อุบัติเหตุทางถนน และการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า การสร้างสังคมที่เอื้อต่อการเติบโตของคนทุกช่วงวัย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของ 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน
กลไกสภาเด็กและเยาวชนจึงเปรียบเสมือน “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่ช่วยเชื่อมโยงพลังของคนรุ่นใหม่เข้ากับการพัฒนาชุมชน ทำให้เสียงของเยาวชนถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอย่างแท้จริง

ด้าน นายโชติเวชญ์ อึ้งเกลี้ยง ประธานมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม กล่าวว่า การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างมีความหมาย จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันใน 3 ด้าน คือ การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายท้องถิ่น การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อเด็ก และการสร้างความร่วมมือระหว่างคนต่างรุ่นเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชน
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนสภาเด็กและเยาวชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังต้องได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกำหนดให้เป็นภารกิจถ่ายโอนภายใต้แผนการกระจายอำนาจ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ งบประมาณ และบุคลากรที่ชัดเจน
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพลังของเยาวชนได้อย่างชัดเจน คือ สภาเด็กและเยาวชนเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้พัฒนาโครงการแก้ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ
น.ส.ปิยธิดาพร เพชรกันหา ประธานสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลเมืองหล่มสัก วัย 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่าว่า จากการสำรวจข้อมูลในพื้นที่พบว่า ปัญหาอันดับ 1 ของเด็กในโรงเรียนคือการบูลลี่กัน
ทีมเยาวชนจึงร่วมกันออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ภายใต้ชื่อกิจกรรม “บู้บี้ไม่ตลก” เพื่อสร้างความเข้าใจว่าการล้อเลียนหรือการกลั่นแกล้งไม่ใช่เรื่องสนุก แต่สามารถทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่นได้
กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้เด็กจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงผลกระทบของการบูลลี่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง นอกจากนี้ การสำรวจยังพบว่าเด็กจำนวนมากมีความเครียดจากความคาดหวังของผู้ใหญ่ โดยกว่า 90% ระบุว่า คำพูดเปรียบเทียบ เช่น “ทำไมไม่เก่งเหมือนลูกบ้านอื่น” กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้เด็กสูญเสียความมั่นใจในตนเอง
ประสบการณ์การทำงานร่วมกันของคน 2 รุ่น ระหว่างพี่เลี้ยงวัยทำงานและเยาวชน ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันที่สำคัญ เพราะเมื่อผู้ใหญ่เปิดใจรับฟัง เด็กก็พร้อมที่จะเรียนรู้และเติบโตอย่างมีคุณค่า
ภายในงานมหกรรมครั้งนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลาย เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของท้องถิ่นและเยาวชนจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ “ก่อนดอกไม้จะผลิบาน” ที่นำเสนอเส้นทางการพัฒนาและความสำเร็จของท้องถิ่นต้นแบบ พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพี่เลี้ยงและเยาวชน รวมถึงตลาดนวัตกรรมสุขภาวะจากชุมชน
เวทีดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนพลังของเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
เมื่อเด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับนโยบาย แต่กลายเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของชุมชน พลังของการเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มต้นขึ้นจากระดับท้องถิ่น และกำลังขยายไปสู่การสร้างสังคมที่แข็งแรงและยั่งยืนของประเทศในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หน่วยสวาทระงับศึกเดือด 'บ้านกรุณา' ทะเลาะวิวาทบาดเจ็บ 7 ราย
ตำรวจหน่วยสวาทเข้าระงับเหตุจราจล บ้านกรุณา เยาวชน 2 กลุ่มเปิดศึก ใช้ช้อน-เหล็กแหลมบาดเจ็บ 7 ราย
9 องค์กรต้นแบบ เอื้อคนทำงานสุขภาวะจิตดี
สสส.และภาคีเครือข่าย มอบรางวัล “9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต” (Thai Mind Awards 2026) เปลี่ยนที่ทำงานเป็นพื้นที่แห่งความสุขความปลอดภัยต่อจิตใจ
4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง
เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว
คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”
วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.
สสส. จับมือ Rocket Media Lab เปิดรายงานข้อมูลเยาวชนกับปัญหายาเสพติด ชี้คดีเสพพุ่งสูง 77.44% เตือน “ยาบ้า-กัญชา-กระท่อม” เข้าถึงง่ายหลังปลดล็อก
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ
เด็กในสถานพินิจ25%ไม่เคยเข้าโรงเรียนเจาะลึกแรงจูงใจเด็กทำผิด
เด็กยุคดิจิทัลมีโอกาสเดินหลงทาง ก้าวพลาดเข้าไปอยู่ในวังวนอบายมุขสิ่งเสพติดหลายรูปแบบ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้า ยาเสพติด การพนันออนไลน์ เล่นเกม ทำสื่อออนไลน์ Liveขายสินค้า

