
สหกรณ์โคนมกำแพงแสนเตรียมทุ่มงบกว่า 300 ล้านสร้างโรงงานผลิตนมผง หวังดึงน้ำนมดิบส่วนเกินในพื้นที่ภาคกลางป้อนเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์นม ถือเป็นโรงงานฯแห่งที่2 ต่อจากสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินกิจการสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด ต.ดอนข่อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ร่วมกับนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ โดยระบุว่ามาครั้งนี้เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์ฯในการยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างเช่น นมพาสเจอร์ไรส์บรรจุถุง นมกล่องยูเอชที และครีมสด โดยขณะนี้สหกรณ์ได้เตรียมของบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตนมผง ถือเป็นโรงงานฯแห่งที่ 2 ต่อจากสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว เพื่อช่วยตัดยอดน้ำนมดิบส่วนเกินในพื้นที่จังหวัดภาคกลางเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการแก้ปัญหาภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด
“สหกรณ์ที่นี่เข้มแข็งมาก มีผลประกอบการที่ดี มีผลิตภัณฑ์นมแปรรูปที่หลากหลาย เช่น นมพาสเจอร์ไรซ์บรรจุถุง นมกล่องยูเอชที ครีมสด ขั้นต่อไปก็จะแปรรูปทำผลิตภัณฑ์นมผง ที่นี่ก็จะเป็นแห่งที่สองต่อจากสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว คาดว่าลงทุนประมาณ 300 ล้าน อาจใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ปลอดดอกเบี้ย วันนั้นผมคุยว่าอาจต้องเพิ่มในส่วนของเงินบริหารจัดการอีกประมาณ 100 ล้าน เพราะว่าได้แต่โรงงานมาไม่มีเงินทุนมาบริหารมันก็ทำอะไรต่อไม่ได้ ตรงนี้ก็ต้องวางแผนกันต่อไปแต่เป็นแผนที่กำลังจะดำเนินการ” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยความคืบหน้าในการจัดสร้างโรงงานผลิตนมผงของสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด

นายนิรันดร์ เผยต่อว่า การตั้งโรงงานดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบแล้วยังจะสามารถรองรับน้ำนมดิบส่วนเกินในพื้นที่ภาคกลางเฉลี่ยวันละ 55-70 ตัน/วันได้ ซึ่งจะสามารถดึงน้ำนมดิบออกนอกระบบได้มากพอสมควรในช่วงภาวะปกติ
ด้านนายศิริศักดิ์ เสนาพันธ์ ผู้จัดการโรงงานแปรรูป สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด กล่าวเสริมว่า สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2531 มีสมาชิกแรกเข้าจำนวน 50 ราย รับปริมาณน้ำนมดิบ 3 ตันต่อวัน จนถึงวันนี้มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 290 ราย มีปริมาณน้ำนมดิบเฉลี่ย 40 ตันต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสหกรณ์มีความมุ่งมั่นในการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และนมยูเอชที ด้วยน้ำนมโคสดแท้ 100 % ที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ภายใต้วิสัยทัศน์ “เราเป็นผู้นำในด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพ อร่อย ปลอดภัยใส่ใจทุกรายละเอียด“
“การดำเนินธุรกิจของเราคือการรวบรวมน้ำนมดิบเพื่อจำหน่าย และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เรามีโรงแปรรูปนมพาสเจอร์ไรซ์ ยูเอชที และไลน์ผลิตครีม รวมไปถึงรับจ้างผลิตโออีเอ็ม(OEM) ส่วนธุรกิจอื่นเรามีร้านค้าสหกรณ์ จัดหาอุปกรณ์และปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายแก่สมาชิก เรามีโรงผลิตอาหารสัตว์ มีรถขนส่งที่ได้มาตรฐาน” ผู้จัดการโรงงานฯคนเดิมระบุ

นายศิริศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนโรงงานแปรรูปนมพาสเจอร์ไรซ์ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.5 ตันต่อชั่วโมง ส่วนนมยูเอชทีอยู่ที่ 3 ตันต่อชั่วโมง ปัจจุบันทำการผลิตนมสูงสุดวันละ 50 ตัน/วัน หรือปริมาณ 250,000 กล่อง/วัน เพื่อจำหน่ายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และขณะนี้กำลังขยายการผลิตให้มากขึ้นตามลำดับ โดยโรงงานผลิตนมกล่องยู.เอช.ที ของสหกรณ์ฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิต ( GMP.) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา , ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาล จากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับลูกค้ามุสลิม และเครื่องหมาย GHP & H.A.C.C.P. ในส่วนของผลิตภัณฑ์ครีมสดนั้น ขณะนี้มีกำลังการผลิตเครื่องแยกครีม ขนาด 5,000 ลิตรต่อชั่วโมง หม้อต้มครีมขนาด 500 ลิตร ส่วนที่เป็นหางนมที่ดึงไขมันออกแล้วจะส่งไปเก็บไว้ที่ถังพัก
“ในกระบวนการผลิตครีมสดเริ่มต้นรับน้ำนมดิบเข้ามาผ่านเข้าเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ 50-60 องศา จากนั้นเข้าสู่เครื่องแยกครีม ครีมจะส่งไปเก็บที่หม้อต้มครีม ส่วนหางนมเราจะแยกไปเก็บที่ถังพัก ครีมที่หม้อต้มคิวซีจะตรวจสอบไขมันว่าได้มาตรฐานที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ หลังจากนั้นจะทำการฆ่าเชื้อและทำให้เย็น แล้วทำการบรรจุส่งเก็บเข้าห้องเย็นเพื่อรอส่งให้ลูกค้าต่อไป” ผู้จัดการโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม สหกรณ์โคนมกำแพงแสน อธิบายขั้นตอนการผลิตครีมสด

ปัจจุบันสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด นอกจากรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ ที่หลากหลายแล้ว ยังเตรียมลงทุนสร้างโรงงานผลิตนมผงมูลค่า 300 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณน้ำนมดิบส่วนเกินของสหกรณ์โคนมในเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งยังเป็นการแปรรูปเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ รมว. สุชาติ” เปิดงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ ปี 69 ชูแนวคิด “สร้างสุข สร้างรายได้ สร้างอนาคต” มุ่งเป้าป่าชุมชน 12,000 แห่งทั่วประเทศ สู่ฐานเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืน
25 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน “วันป่าชุมชนแห่งชาติ”
เอาจริงแก้ยาเสพติด! “ประธานรัฐสภา” เตรียมระดมสมองครั้งใหญ่ ดึงกลไกนิติบัญญัติรื้อกฎหมายปราบ-บำบัด จ่อใช้มาตรการเด็ดขาด เสพซ้ำส่งเข้าเรือนจำ หลังพบสถิติติดยาซ้ำซากพุ่ง
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมเยียน และให้กำลังใจ
สธ.–สปสช.–EACC ชูยุทธศาสตร์ “Proactive Care” รุกค้นหาผู้ป่วยโรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เร่งดันคลินิกคุณภาพใน รพช. - รพ.สต. ตามเป้าใหม่ 90%
กรุงเทพมหานคร (25 พ.ค. 69) – กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาโรคไม่ติดต่อ ด้านโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง
“ขบวนคนจนฯ” บุกกระทรวงคมนาคม ยื่นคัดค้านร่าง พ.ร.บ. TOD หวั่นเอื้อทุนใหญ่ไล่รื้อชุมชนริมราง
ขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย กว่า 600 คน บุกกระทรวงคมนาคม ยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ. TOD ชี้กระบวนการรับฟังความเห็นออนไลน์ของ สนข.
คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต แต่ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ (Perception) และข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่ควรใช้ชี้เฉพาะหน่วยงานหรือสะท้อนภาพรวมประเทศ
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กรณีระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
พลตำรวจเอก อดุลย์ - อรัญญา แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. บริจาคเงิน 2 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 พล.ต.อ.อดุลย์ - คุณอรัญญา แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว

