
โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดยที่ในปัจจุบันการกระทำการอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางเพศและการคุกคามต่อเสรีภาพในความเป็นอยู่ส่วนบุคคลในรูปแบบต่าง ๆ มีเพิ่มมากขึ้น การล่อลวงเด็กให้เกิดความไว้วางใจเพื่อหวังที่จะล่วงเกินต่อเด็ก การส่งภาพหรือสื่อทางเพศที่ไม่เหมาะสมให้กับเด็ก การข่มขู่แบล็กเมลในเรื่องทางเพศ รวมไปถึงการคุกคามโดยการเฝ้าติดตามและการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวผู้เสียหายเองและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการกระทำดังกล่าวได้กระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยแล้ว ความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้นได้ในวงกว้างและอาจแพร่กระจายต่อไปได้อย่างรวดเร็ว หลายกรณีเป็นการกระทำต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจถูกล่อลวงหรือตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย
กระทรวงยุติธรรมจึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้การกระทำที่กล่าวมาเป็นความผิด สอดคล้องกับสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกลไกในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่งปิดการรับฟังความคิดเห็นไป โดยมีผู้ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็นมาเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นเพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น
การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในครั้งนี้ มีหลักการที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มฐานความผิดใหม่ในหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพ ดังนี้
๑. ความผิดฐานล่อลวงหรือทำให้เกิดความไว้วางใจแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (grooming)
ความผิดนี้ที่นำแนวคิดมาจากความผิดฐาน child grooming ในทางสากลและปรับให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดยจำกัดอายุของผู้กระทำความผิดว่าต้องมีอายุเกินสิบแปดปี ขณะที่ผู้เสียหายต้องมีอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อเอาผิดกับผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะมากกว่าแต่กลับมาล่อลวง ชักจูง หรือกระทำให้เด็กเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อที่จะล่วงละเมิดต่อเด็ก หลักการสำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานนี้คือ การเอาผิดกับผู้กระทำความผิดตั้งแต่ในขั้นตอนของการล่อลวง โดยไม่ต้องรอให้การแสวงหาประโยชน์ในทางเพศต่อเด็กนั้นเกิดขึ้นเสียก่อน เพื่อคุ้มครองเด็ก ไม่ให้ต้องมีการล่วงละเมิดเสียก่อนจึงจะเอาผิดได้ เพียงมีการล่อลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศก็เป็นความผิดแล้ว
๒. ความผิดฐานส่งหรือส่งต่อซึ่งข้อความ ภาพ เสียง หรือการสื่อความหมายที่ส่อไปในทางเพศแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (sexting)
ความผิดฐานนี้ต้องการปกป้องเด็กจากสื่อในทางเพศที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคนร้ายมักใช้วิธีส่งสื่อลามกอนาจารหรือสื่อที่ไม่เหมาะสมในทางเพศให้กับเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศกับเด็ก และอาจนำไปสู่การล่วงละเมิดหรือกระทำการที่ไม่เหมาะสมในทางเพศในอนาคต
๓. ความผิดฐานข่มขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่หรือบุคคลใกล้ชิดของผู้ถูกข่มขู่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (sextortion)
ความผิดฐานนี้คือการข่มขู่หรือแบล็กเมลว่าจะเปิดเผยเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่รวมถึงของบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดผู้ถูกข่มขู่ด้วย เพื่อที่จะทำให้ผู้ถูกข่มขู่ยอมต่อการกระทำใดในทางเพศตามที่ผู้กระทำความผิดต้องการ
๔. ความผิดฐานเฝ้าดู ติดตาม หรือคุกคามผู้อื่น (stalking and harassment)
ความผิดฐานนี้เป็นการกระทำโดยไม่มีเหตุอันสมควร กระทำอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งด้วยการเฝ้าดู ติดตาม หรือติดต่อ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือกระทำการอื่นใดในทำนองเดียวกัน ต่อผู้อื่น อันเป็นการรบกวนความเป็นอยู่ส่วนตัวหรือการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้อื่นนั้น เป็นความผิด และหากผู้กระทำความผิดมีพฤติกรรมของการคุกคาม โดยการทำให้ผู้ถูกกระทำหวาดกลัวต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นด้วย
๕. ความผิดฐานกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น (bullying)
ความผิดฐานนี้เป็นการกลั่นแกล้ง รังแก ระราน ข่มเหง ล้อเลียน เยาะเย้ย ถากถาง หรือกระทำการอื่นใดในทำนองเดียวกันอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งต่อผู้อื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นได้รับความอับอาย เดือดร้อน หวาดกลัว หรือน่าจะได้รับอันตรายแก่กาย จิตใจ อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น โดยหากเป็นการกระทำในที่สาธารณสถาน ต่อหน้าธารกำนัล หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษหนักขึ้นด้วย
ที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงหลักการสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายเท่านั้น ยังมีหลักการอื่นที่กำหนดไว้เพื่อคุ้มครองเด็กและบุคคลจากการกระทำความผิดในทางเพศและความผิดต่อเสรีภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านที่สนใจยังคงเข้าไปอ่านรายละเอียดของร่างกฎหมายได้ที่ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รุทธพล' เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ตั้งวอร์รูมสกัดคดีออนไลน์-นอมินีข้ามชาติ
“รุทธพล” เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ลั่นไม่ปล่อยคดีประชาชนค้างนาน ย้ำ “ความยุติธรรมล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม” เร่งปราบอาชญากรรมออนไลน์-ยาเสพติด ไล่เส้นทางเงินคืนเหยื่อกว่า 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5 พันล้านบาท
ขยายผล 'นายกเฮง' ซัดทอด 2 ดีเอสไอ รับเงิน 55 ล้าน ส่ง 'บอส' โยงผู้มีอำนาจจัดสอบท้องถิ่น
ตำรวจ บก.ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น หลังขยายผลจับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต.-อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย อ้าง "บอส" สามารถช่วยบรรจุราชการได้ นัดหมายส่งมอบเงินผู้สมัครสอบ 107 ราย มูลค่า 55 ล้าน เป็นค่ามัดจำ แจ้งข้อหาหนัก
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ยธ. สั่งเชือด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตัวกลางรับ-ส่งเงินโกงสอบท้องถิ่น
กระทรวงยุติธรรม ออกเอกสารแถลงการณ์จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น
เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิง 'รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' จับตาเต็งหนึ่งคว้าเก้าอี้
เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิงดำเก้าอี้ "รองอธิบดีดีเอสไอ" พบ 4 รายถอยทัพ เตรียมเกษียณ เหลือ 8 ราย ผอ.กองคดีกัดฟันสู้
เปิดไทม์ไลน์พิรุธสอบวินัย 'ผอ.ยักษ์' กังขาสปีดฟ้าผ่า 'ปลัด ยธ.'
กางไทม์ไลน์พิรุธสอบวินัย 'ผอ.ยักษ์' สปีดฟ้าผ่า 'ปลัดปิยะศิริ' เซ็นตั้ง กก. ใน 2 วัน สวนทางเรื่องเดิมค้าง 8 เดือนสมัย 'พงษ์สวาท' จี้เปิดแฟ้มเคลียร์ให้ชัด มีพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ เหตุใดไร้ไต่สวนรอบด้าน
ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง! DSI ให้ สส.ภูเก็ตแจง ส่วนคดี 'ภาวุธ' เร่งรวบรวมหลักฐาน
'รมว.ยธ.' ยัน DSI ไม่ได้กลั่นแกล้ง ปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต ปชน. แจงกรณีนอมินีต่างชาติ เหตุรวบรวมหลักฐานมานาน ส่วน 'ภาวุธ' คดีฟอเร็กซ์ อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวน

