นักวิชาการชี้จุดหักเห 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้่ำเงิน' ที่กลืนกินระบบการตรวจสอบ

'อ.ลอย' ชี้จุดหักเหสำคัญทำไม 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้ำเงิน' มองว่าไม่ใช่ 'โล่ป้องกันภัย' อีกต่อไป แต่กลับเป็น 'สารพิษทางการเมือง' ใช้อำนาจผ่านการฮั้วสว.โกงสอบท้องถิ่น กลืนกินระบบการตรวจสอบ ภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก 'การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา' ไปสู่ 'การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล'

23ก.ย.2569- นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์คำนวณ โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หัวข้อ ทำไมกลุ่มอนุรักษ์นิยมส์ ไม่เอา "ระบอบสีน้ำเงิน" มีเนื้อหาดังนี้

เหตุผลหลักคือ ระบอบนี้ขับเคลื่อนด้วยการคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง และใช้อำนาจเบ็ดเสร็จผ่านกรณีฮั้ว ส.ว. และการยึดอำนาจผ่านองค์กรอิสระ

จุดหักเหสำคัญของการเมืองฝ่ายขวา เมื่ออนุรักษ์นิยมกลุ่มต่างๆ มองว่าระบอบสีน้ำเงินไม่ใช่ "โล่ป้องกันภัย" อีกต่อไป แต่กลับเป็น "สารพิษทางการเมือง" ที่กัดกร่อนสถาบันและระเบียบสังคมจากภายใน

1. สายตาของกลุ่มมวลชนอนุรักษ์นิยม (เสื้อเหลือง / เสื้อหลากสี / กปปส.)
* จากโล่ป้องกันภัย สู่ภัยคุกคามทางอุดมการณ์: กลุ่มมวลชนที่เคยต่อสู้เรื่อง "ความซื่อสัตย์สุจริต" และการปราบปรามการทุจริต ยอมรับไม่ได้กับการคอร์รัปชันรวบหัวรวบท้าย
* กรณีฮั้ว สว.: มองว่าเป็นการล้มล้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและทำลายระบบสภาสูงโดยสิ้นเชิง การฮั้วเลือก สว. เพื่อกินรวบสถาบันนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ ถือเป็นการคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่ร้ายแรงกว่าประชานิยมในอดีต
* กรณีโกงสอบท้องถิ่น: ทำลายระบบคุณธรรมและสร้างความอยุติธรรมในระดับรากหญ้า สะท้อนว่าการขยายอำนาจของระบอบสีน้ำเงินใช้การแบ่งปันผลประโยชน์ทางข้าราชการท้องถิ่นมากกว่าการรับใช้ประชาชน

2. สายตาของกลุ่มทหาร และฝ่ายความมั่นคงเดิม
* สูญเสียการควบคุมและอำนาจรัฐ: ฝ่ายความมั่นคงเริ่มตระหนักว่า ระบอบสีน้ำเงินไม่ได้เข้ามา "ช่วยบริหาร" แต่เข้ามา "กลืนกิน" ทรัพยากรรัฐและกระทรวงมหาดไทยจนกลายเป็นรัฐอิสระ
* เครือข่ายอุปถัมภ์ที่ไร้การตรวจสอบ: การรวบอำนาจผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการควบคุม สว. ทำให้ขั้วอำนาจทหารเดิมหมดความหมายและไม่สามารถคานอำนาจได้
* ความเสี่ยงต่อความมั่นคง: การทุจริตเชิงระบบที่กระจายไปทั่วโครงสร้างราชการ ทำให้ระบบบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ และอาจปลุกกระแสต่อต้านจากประชาชนจนเกิดวิกฤตความขัดแย้งรอบใหม่

เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงมุมมองของฝ่ายอนุรักษ์นิยม
* อดีตที่เคยยอมรับ: มองเป็นความจำเป็นทางการเมืองเพื่อคานอำนาจฝ่ายตรงข้าม
* ปัจจุบันที่ปฏิเสธ: มองเป็น "การคอร์รัปชันเบ็ดเสร็จ" (Total Corrupt Regime) ที่ใช้อำนาจเงินและการฮั้วทางการเมืองกลืนกินระบบตรวจสอบ
* ประเด็นคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง:
* การฮั้ว สว.: ถูกมองว่าเป็นการกินรวบองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พวกพ้อง
* การโกงสอบท้องถิ่น: ถูกมองว่าเป็นการสร้างฐานข้าราชการเครือข่ายตนเองผ่านระบบสินบนและฝากฝัง

ปัจจุบันภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก "การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา" ไปสู่ "การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล" ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะมองว่าระบอบสีน้ำเงินสร้างความเสียหายแก่ประเทศยิ่งกว่าขั้วอำนาจในอดีต เพราะเป็นการคอร์รัปชันที่แยบยล รวบตึงทั้งสภาล่าง สภาสูง และระบบราชการท้องถิ่น จนทำลายระบบคานอำนาจของประเทศอย่างสมบูรณ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แคมเปญ 'สว.ประชาชน' ของ 'ธนาธร' อั้วสว.หรือไม่ 'เอ็ดดี้' นักวิชาการอิสระมีคำตอบ

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เรื่อง แคมเปญ 'สว. ประชาชน' ของธนาธร อั้ว สว.หรือไม่?

'ทนายบอน' มองคดีฮั้วส.ว. 'โพย' อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานโยงนักการเมือง-ซื้อเสียง

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คดีฮั้ว ส.ว." ชื่อเล่นข

'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง

'วัชระ' ร้องผู้ตรวจฯ ชง ป.ป.ช.ฟัน กกต. ปมฮั้ว สว. 229 ราย ฟ้องแค่ 77

“วัชระ เพชรทอง” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอส่งเรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญา กกต.และพวก ตาม ม.157 และ ม.200 กล่าวหาเลือกปฏิบัติคดีฮั้ว สว. อ้