ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย โปรแกรม PhytoEX นาโนเทค สวทช. จัดกิจกรรม “PhytoEX: Longevity Innovation In Action” ภายในงาน Asia Longevity Economy Summit 2026 และ Aging Innovation Expo 2026 ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจอายุยืน” (Longevity Economy) ร่วมกับพันธมิตรเซเลปและภาคเอกชนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม ตอบเมกะเทรนด์ของโลกด้าน Longevity ปูทางสู่ “ภาคีเครือข่ายผู้นำนวัตกรรมภายใต้เศรษฐกิจอายุยืนของประเทศไทย (Thailand Longevity Innovation Consortium)” ตั้งเป้าสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 พันล้านบาทภายใน 1 ปีหลังการก่อตั้ง ตอกย้ำการเป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่ผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับสุขภาพ ความงาม สู่ความมั่งคั่งของประเทศ
ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. ขับเคลื่อนเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ โดยมุ่งเน้นนโยบาย “งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง” ยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง ที่ผ่านมา สวทช. เปลี่ยนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยให้กลายเป็นคำตอบของประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกในโครงการ Battle และ Pre-battle ซึ่งเป็นภารกิจระยะเร่งด่วนที่ทำมาตลอด 4 ปี เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง ทั้งในมิติการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน “Longevity ไม่ใช่แค่เทรนด์สุขภาพ แต่เป็น “เมกะเทรนด์โลก” ที่กำหนดทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลก ดังนั้น PhytoEX ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มวิจัย แต่กำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” (Research Engine) ภายใต้ Longevity Economy เป็นกลไกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำของความหลากหลายทางชีวภาพของไทย ไปจนถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมและตลาดจริง สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ได้พันธมิตรทั้งผู้ประกอบการ OEM และกลุ่มเซเลบริตี้ได้เมาร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือ เพื่อต่อยอดสู่แผนระยะถัดไป คือ การจัดตั้งภาคีเครือข่ายผู้นำนวัตกรรมภายใต้เศรษฐกิจอายุยืนของประเทศไทย” ศ. ดร.ชูกิจชี้
ภาคีเครือข่ายผู้นำนวัตกรรมภายใต้เศรษฐกิจอายุยืนของประเทศไทย (Thailand Longevity Innovation Consortium) เป็นการรวมพลังของผู้เล่นหลักใน ecosystem อย่างครบวงจร ทั้งผู้ผลิตสารสกัด, โรงงานผู้ผลิตหรือ OEM, ผู้พัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ, บริษัทด้านเวชศาสตร์ความงาม, กลุ่มเซเลบริตี้นวัตกร ตลอดจนมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและสร้างผลลัพธ์จริงในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่า ภายใน 1 ปีหลังการก่อตั้งเครือข่ายนี้จะสามารถสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดพันธมิตรคุณภาพสูงจากทั้งในและต่างประเทศ ให้เข้ามาร่วมยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย
ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลก จากมุมมองของชีวิตยืนยาวที่เป็นเรื่องอายุขัย สู่การให้ความสำคัญกับ“คุณภาพของชีวิตในระยะยาว” หรือ Longevity ที่ไม่ได้ต้องการเพียงมีอายุยืนขึ้น แต่ต้องการมีสุขภาพที่ดี มีพลัง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพไปได้ยาวนานที่สุด ด้วยแนวคิดนี้ นาโนเทคจึงได้พัฒนาโปรแกรม PhytoEX ขึ้น โดยมี ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี เป็นผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงาน เพื่อยกระดับทรัพยากรสมุนไพรไทยให้กลายเป็นสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง ที่มีงานวิจัยและเทคโนโลยีรองรับ และสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความงาม สุขภาพ และการดูแลในระยะยาวได้จริง
“งาน PhytoEX: Longevity Innovation In Action ในวันนี้ สะท้อนภาพ “นวัตกรรมสู่การใช้งานจริง” ผ่านความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ OEM และกลุ่มเซเลบริตี้ ซึ่งร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม พร้อมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นคุณเจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, คุณอั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์, คุณจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา คุณต่อลาภ ไชยเชาวน์ จากบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน), คุณกฤษณ์ แจ้งจรัส จากบริษัท เอ็ม. วาย. อาร์. คอสเมติคส์ โซลูชั่น จำกัด, ดร. กฤษฎา กิตติโกวิทธนา จากบริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด และภาคเอกชนจากหลายบริษัทมาร่วมขับเคลื่อนและยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทย” ดร. ภญ. อุรชากล่าว
ภายในงานยังมีไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดประสบการณ์การตรวจวัด “อายุชีวภาพ” ด้วยเทคโนโลยี Epigenetic Aging Clock ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของหมู่เคมีบน DNA (DNA methylation) เพื่อประเมินระดับและอัตราการแก่ชราของร่างกาย พร้อมบอกความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสียชีวิตในระยะยาว โดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ PhytoEX ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์และผลิตภัณฑ์ ทั้งในระดับผิวหนังมนุษย์และในระดับคลินิก พร้อมกันนี้ ยังได้นำ 4 ผลิตภัณฑ์เวชสำอางต้นแบบที่พัฒนาจากสารออกฤทธิ์ของ PhytoEX มาเปิดตัว ได้แก่ Infinity Essence, Revitalize Cream, Celestial Sunscreen, และ Bioactive Hair Tonic นำเสนอศักยภาพของนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรของ PhytoEX ที่พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในตลาดได้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โทฟู สกินแคร์ ผนึก สวทช. ปั้นโมเดล 'Soft Power' สมุนไพรไทย เผยโฉมนวัตกรรม Think Plus A.M. บุกตลาด Brain Booster
บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ในฐานะ Asia’s No.1 Beauty Destination Hub ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและสุขภาพ ประกาศยุทธศาสตร์ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “PhytoEX Celebrity Accelerator Program” และ “PhytoEX Innovation Competition 2026”
สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการหนุนสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วยสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย
เทรนด์สังคมสูงวัยที่ไม่ใช่แค่ความแก่ชรา แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ อายุยืนยาว และความสวยความงาม สวทช. โดย แผนงานนวัตกรรม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการ PhytoEX Celebrity Accelerator Program
สวทช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย 12 องค์กร MOU ผนึกกำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมองค์กรไทยพัฒนา 'เว็บไซต์-โมบายแอปพลิเคชัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้' ด้วยมาตรฐานสากล
สวทช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย 12 องค์กร MOU ผนึกกำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมองค์กรไทยพัฒนา “เว็บไซต์-โมบายแอปพลิเคชัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ด้วยมาตรฐานสากล “WCAG” ช่วยคนพิการ-คนเปราะบาง เข้าถึงบริการดิจิทัล-สร้างสุขภาวะดี อุดช่องว่าง ปี 68 พบ คนพิการ 2 ล้านคน เผชิญความเหลื่อมล้ำ ขาดโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ-การเงิน-การศึกษา
Meranti Green Steel รวมพลังผู้นำอุตสาหกรรมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เหล็กคาร์บอนต่ำของไทย
บริษัท เมอแรนติ กรีน สตีล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์และมีฐานการดำเนินงานในประเทศโอมานและประเทศไทย

