ยิ่งจับ ยิ่งลด ยิ่งคืนสมดุลแหล่งน้ำไทย

ปลาหมอคางดำไม่ใช่ปลามีพิษ และสามารถบริโภคได้เหมือนปลาทั่วไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการเร่งนำปลาออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้มากและต่อเนื่องที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และลดการขยายตัวของประชากรปลาในระยะยาว

วันนี้หลายชุมชนเริ่มปรับแนวคิดไม่ใช้แค่ “กำจัดทิ้ง” เพียงอย่างเดียว แต่ “จับแล้วใช้ประโยชน์” ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประกอบอาหาร แปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ลูกชิ้นปลา น้ำพริก อาหารว่าง อาหารสัตว์ หรือปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและสร้างรายได้ในชุมชน แต่ยังช่วยให้เกิดการจับปลาออกจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นแนวทางควบคุมประชากรปลาที่เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ

หัวใจของเรื่องนี้ คือการ “ลดจำนวนปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ” ให้เร็วและมากที่สุด ภายใต้แนวคิดใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า และไม่ปล่อยให้แพร่พันธุ์เพิ่ม

หลายประเทศทั่วโลกใช้แนวทางเดียวกันในการจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่น เพราะการกำจัดเพียงระยะสั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่การสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนช่วยกันจับปลาออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง จะช่วยควบคุมจำนวนได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ขณะเดียวกัน ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ทันที หากพบปลาหมอคางดำจำนวนมากในคลอง หนอง บึง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรแจ้งกรมประมงหรือหน่วยงานประมงในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ประเมินสถานการณ์ และวางมาตรการควบคุมได้ทันเวลา เพราะยิ่งปล่อยให้ปลาแพร่พันธุ์นาน การควบคุมจะยิ่งยาก ใช้งบประมาณสูง และกระทบต่อปลาเศรษฐกิจและสัตว์น้ำท้องถิ่นมากขึ้น

อีกเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน คือหยุดการนำปลาไปปล่อยหรือขนย้ายไปยังพื้นที่ใหม่โดยไม่มีการควบคุม เพราะการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นจำนวนมากเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์โดยไม่ตั้งใจ

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งยังคงใช้รูปแบบการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ที่เปิดรับน้ำจากธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรงโดยไม่มีระบบกรองหรือป้องกัน ทำให้ลูกปลาหรือไข่ปลาหมอคางดำเข้าสู่บ่อเลี้ยงได้ง่าย ดังนั้น การปรับวิธีการจัดการฟาร์ม เช่น การติดตั้งตะแกรงกรอง การควบคุมทางน้ำเข้า-ออก และการเฝ้าระวังแหล่งน้ำรอบพื้นที่เลี้ยง จะช่วยลดความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อเกษตรกรได้อย่างมากในระยะยาว

ปลาหมอคางดำยังสะท้อนอีกหนึ่งความจริงสำคัญ คือสัตว์น้ำชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรม น้ำเสีย หรือพื้นที่ที่ระบบนิเวศอ่อนแอ นั่นหมายความว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการจับปลาออกจากน้ำเท่านั้น แต่ต้องเดินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ฟื้นฟูคลอง พื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบนิเวศทางน้ำโดยรวม

ประเทศไทยอาจไม่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปได้ในเวลาอันสั้น แต่สามารถลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาและฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำให้เป็นแหล่งอาหารของชุมชนอย่างยั่งยืน

กุญแจสำคัญอันหนึ่งของการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ คือ “พลังของชุมชน” เพราะยิ่งชาวบ้านช่วยกันจับปลาออกจากแหล่งน้ำมากเท่าไร โอกาสลดจำนวนปลาในธรรมชาติก็ยิ่งเกิดขึ้นเร็วขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน การนำปลาไปใช้เป็นอาหารในครัวเรือน หรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า ยังช่วยสร้างประโยชน์ได้ถึง 2 ชั้น ทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครอบครัว และสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนจากผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาแดดเดียว ลูกชิ้นปลา น้ำพริก หรืออาหารสัตว์

หลายพื้นที่เริ่มพิสูจน์แล้วว่า การจัดการปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยฟื้นสมดุลแหล่งน้ำ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนที่สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นได้จริง เมื่อชุมชนเห็นคุณค่าและร่วมมือกันอย่างจริงจัง การลดจำนวนปลาหมอคางดำก็จะไม่ใช่ภาระของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่จะกลายเป็นพลังร่วมของคนในพื้นที่ที่ช่วยดูแลทรัพยากรน้ำของตนเองอย่างยั่งยืน

ทุกครั้งที่ชุมชนช่วยกันจับปลา ทุกครั้งที่มีการนำปลาไปใช้ประโยชน์ และทุกครั้งที่มีการแจ้งหน่วยงานรัฐเมื่อพบการแพร่ระบาด นั่นคือการช่วยคืนสมดุลให้แหล่งน้ำไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะการรักษาทรัพยากรน้ำ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือความร่วมมือของทั้งชุมชน ประเทศ และคนไทยทุกคนร่วมกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐชา' จี้ รมว.เกษตรฯ เร่งกวาดล้าง 'ปลาหมอคางดำ' หวั่นน้ำหลากทำระบาดอีสาน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า เรื่องนี้ยังมีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวไกล โดยในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางกว่า 120 หน้านั้น ความหมายจริงๆ คือสั่งหน่วยงานของรัฐทำตามหน้าที่ ซึ่งจริงๆ ถ้าเขาทำตามหน้าที่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมาฟ้องร้องดำเนินคดีกันในวันนี้ ส่วนคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่มโดยมี ทนายวิจารณ์ โตลักข์ จากสภาทนายความเป็นผู้ทำคดี ซึ่งศาลนัดครั้งต่อไปในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันของผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีการเตรียมฟ้องร้องต่อ อาจเป็นจังหวัดเพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

เคาะงบกลาง 350 ล้านบาท ดัน 7 มาตรการเร่งตัดวงจร 'ปลาหมอคางดำ' ลามหนักเขื่อนลำปาว

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 29 หน่วยงานเข้าร่วม

'ณัฐชา' บอก 3 เดือนแก้ปลาหมอคางดำไม่ได้เก้าอี้ รมว.กษ.เปลี่ยนแน่!

'ณัฐชา' ซัด 'รัฐบาล' ตั้งศูนย์แก้ 'ปัญหาปลาหมอคางดำ' แค่ปาหี่ ลั่น 3 เดือนไม่คืบ 'รมว.เกษตรฯ' อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะรัฐใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว ด้าน 'เกษตรกร' โอดปัญหาเอาไม่อยู่แล้ว

'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ

ศาลอุทธรณ์ ยืนรับฟ้องแบบกลุ่ม 'คดีปลาหมอคางดำ' ทนายคาดศาลตัดสินปลายปี 70

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน