
เข้าสู่วันที่ 3 ของการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ค่ำคืนวันที่ 11 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 12 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย มีเกมลงสนามกัน 2 คู่ 2 สนาม คู่แรก ที่ฮาร์ด ร็อก สเตเดียม เมืองไมอามี ขุนพล “ไวกิ้ง” ทีมชาตินอร์เวย์ พบกับ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ เวลา 04.00 น.
นอร์เวย์ ภายใต้การคุมทีมของ สตาเล โซลบัคเค่น เรียกได้ว่าเป็น “ม้ามืด” ประจำทัวร์นาเมนต์ของแท้ หากมองจากฟีฟ่า แรงกิ้ง ที่รั้งอันดับ 31 ของโลก แถมเพิ่งคัมแบ็คกลับมาเตะฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในรอบหลายปี แต่สามารถฝ่าฟันมาจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบว์แดงในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ปราบ บราซิล 2-1 ซึ่งพวกเขาได้สองประตูจากหัวหอกตัวเก่ง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์
สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ได้รับข่าวดี ไรเออร์สัน ฟูลแบ็คตัวเก่ง หายเจ็บกลับมามีลุ้นลงสนามอีกครั้ง ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำทัพโดย เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ที่ยิงไปแล้ว 7 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ กำลังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโว ร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป, แฮร์รี เคน และลิโอเนล เมสซี ส่วนคนอื่นๆ ก็มี มาร์ติน โอเดการ์ด, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, อันโตนิโอ นูซา โดยมี ซานเดอร์ เบอร์เก และพาทริก เบิร์ก คุมแดนกลาง
ทางฝั่ง อังกฤษ ของกุนซือโธมัส ทูเคิล แม้ฟอร์มการเล่นจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก มาแบบเรื่อยๆ แต่มีคุณภาพ เกมรอบที่แล้วเฉือนชนะ เม็กซิโก เจ้าภาพ มาแบบสุดมัน 3-2 โดย จูด เบลลิงแฮม ที่กำลังฟอร์มดี เหมาคนเดียวสองประตู เช่นเดียวกับ แฮร์รี เคน ที่ยิงอีกหนึ่งลูก ก็กำลังมีลุ้นดาวซัลโวด้วยเช่นกัน
สภาพทีมในเกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน จาร์เรลล์ ควอนซาห์ กองหลังที่โดนใบแดงในเกมที่แล้ว แถมยื่นอุทธรณ์ไปก็ทำให้เขาโดนโทษแบนเพิ่มเติมอีกต่างหาก จากเดิมโดน 1 นัด เพิ่มเป็น 2 นัด ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างฉลองชัยชนะหลังปราบ เม็กซิโก ก็จะไม่สามารถลงเล่นในเกมนี้ได้ แต่เขาไม่ใช่ตัวหลักอยู่แล้วจึงไม่ได้มีผลอะไรมากนัก คนอื่นๆ อยู่กันครบ แนวรุกมี แฮร์รี เคน ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วน แอนโธนี กอร์ดอน, จูด เบลลิงแฮม และบูกาโย ซากา คอยปั้นเกมรุก โดยมี ดีแคลน ไรซ์ จับคู่แดนกลางกับ เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน
คู่นี้เคยดวลกันมาทั้งหมด 8 นัด เป็น “สิงโตคำราม” ที่เหนือกว่าเล็กน้อย เก็บชัยไป 3 นัด ขุนพล “ไวกิ้ง” ชนะ 2 นัด เสมอกันอีก 3 นัด แต่ดูแล้วเกมนี้ อังกฤษ ดูเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะคุณภาพของนักเตะ ถ้าไม่ติดประมาท หรือเล่นผิดพลาดกันไปเอง น่าจะดีพอเอาชนะ นอร์เวย์ ไปได้ด้วยสกอร์ 3-1 แต่มีข้อแม้คือพวกเขาต้องหยุดฟอร์มอันร้อนแรงของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ให้ได้
ส่วนการแข่งขันอีกหนึ่งคู่ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะลงเล่นที่ แอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมือง แคนซัส ซิตี พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในเวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคู่นี้ช่อง โมโนแม็กซ์ สปอร์ต หมายเลข 29 ถ่ายทอดสดให้แฟนๆ รับชมกันแบบฟรีๆ
ทัพ “ฟ้าขาว” ดูเหนือกว่าด้วยชื่อชั้น และฟอร์มการเล่น แต่ในหลายนัดที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า สวิตเซอร์แลนด์ เป็นทีมที่เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น เสียประตูยาก อย่างรอบก่อนก็ยันเสมอ โคลอมเบีย 0-0 จนไปเอาชนะในการดวลจุดโทษ ขณะที่ อาร์เจนตินา เอง ฟอร์มในรอบน็อกเอาท์ ทั้ง 32 ทีม และ 16 ทีม ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ เรียกได้ว่าจวนเจียนจะตกรอบด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งพลิกนรกฝ่าด่านอียิปต์มาแบบหืดจับ เกมนี้อาจเป็นเกมที่ยากของแชมป์เก่า ดีไม่ดีใน 90 นาที หรือ 120 นาที อาจผลเสมอ จนลากยาวไปถึงการดวลจุดโทษตัดสิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อังกฤษ'ต้องหยุด'ฮาลันด์' หากหวังเอาชนะ'นอร์เวย์'
เข้าสู่วันที่ 3 ของการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ค่ำคืนวันที่ 11 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 12 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย มีเกมลงสนามกัน 2 คู่ 2 สนาม

