โครงการ SME 495 ล้านบาท ถูกจับตา หลังเกิดอุทธรณ์ ร้องเรียน และคำถามต่อกระบวนการคัดเลือก

โครงการ “ส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce” วงเงินงบประมาณ 495 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ภายหลัง สสว. ประกาศผลการคัดเลือกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการ


อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผล ได้เกิดความเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลายประเด็น ทั้งการยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก การร้องเรียนต่อหน่วยงานตรวจสอบ และข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา ส่งผลให้โครงการดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด


มีรายงานว่าหน่วยงานที่เข้าร่วมเสนอข้อเสนอแต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ได้ยื่นหนังสือต่อ สสว. เพื่อขอเปิดเผยผลคะแนนการประเมิน พร้อมยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก โดยผู้ยื่นอุทธรณ์เห็นว่าการเปิดเผยคะแนนจะช่วยสร้างความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถตรวจสอบกระบวนการพิจารณาได้อย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามว่า หากกระบวนการคัดเลือกดำเนินไปอย่างโปร่งใส เหตุใดจึงยังไม่มีการเปิดเผยผลคะแนนต่อผู้เข้าร่วมแข่งขัน ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงจาก สสว. ในประเด็นดังกล่าว


อีกความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจ คือมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายผู้ยื่นอุทธรณ์ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายโทรศัพท์มากดดันให้ถอนการอุทธรณ์ พร้อมใช้ถ้อยคำที่ผู้แจ้งเห็นว่าเข้าข่ายการข่มขู่


อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าผู้โทรศัพท์เป็นใคร มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง หรือมีความเชื่อมโยงกับ สสว. ผู้ได้รับการคัดเลือก หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทั้งหมดจึงยังเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่


นอกจากการอุทธรณ์แล้ว ยังมีรายงานว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่ามีการยื่นเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินโครงการตามอำนาจหน้าที่


สาระสำคัญของข้อร้องเรียนมุ่งไปที่ประเด็นหลัก 2 เรื่อง


ประเด็นแรก คือการใช้ ระเบียบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2563 เป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่า แม้ระเบียบดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานอำนาจในการดำเนินโครงการวงเงินเกือบ 500 ล้านบาท แต่ผู้ติดตามเรื่องระบุว่าได้พยายามค้นหาระเบียบดังกล่าวจากช่องทางสาธารณะแล้ว กลับไม่พบการเผยแพร่ ทำให้เกิดคำถามว่า หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระเบียบที่ใช้ในการพิจารณาได้ จะสามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานได้อย่างไร


อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานที่มีอำนาจว่าการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่


ประเด็นที่สอง คือเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งกำหนดให้ต้องมี แพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งและพร้อมใช้งานอยู่แล้วก่อนยื่นข้อเสนอ ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของโครงการเพียงใด และอาจส่งผลให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันมีจำนวนจำกัดหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ สสว. ชี้แจงเหตุผลของการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว


ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อวินิจฉัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักการแข่งขันที่เป็นธรรมหรือไม่
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือระยะเวลาการดำเนินโครงการ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือเหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนนับจากวันที่ประกาศผลการคัดเลือก ขณะที่เป้าหมายของโครงการครอบคลุมผู้ประกอบการ SME จำนวน 50,000 ราย และนักศึกษาอีก 5,000 ราย รวมกว่า 55,000 ราย


ด้วยกรอบเวลาที่ค่อนข้างจำกัด หลายฝ่ายจึงติดตามว่า สสว. จะดำเนินการลงนามสัญญาและเริ่มโครงการเมื่อใด และจะดำเนินการอย่างไรหากกระบวนการอุทธรณ์หรือการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะในกรณีที่ภายหลังมีข้อค้นพบจากการตรวจสอบที่อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการคัดเลือก ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม และยังไม่มีข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ


จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก สสว. ต่อข้อสงสัยและข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น ขณะที่องค์กรด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและหน่วยงานตรวจสอบหลายแห่งเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด


สำหรับประกาศผลการคัดเลือกลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ลงนามโดยผู้บริหารในฐานะ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบริหารสูงสุดของหน่วยงานในช่วงเวลาดังกล่าว


ในขณะนี้ กรณีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์และการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อร้องเรียนและข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือมีข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่ หลายฝ่ายจึงยังคงรอคำชี้แจงจาก สสว. และผลการพิจารณาของหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อสร้างความชัดเจนต่อกระบวนการคัดเลือกและการใช้งบประมาณของรัฐ อันจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารโครงการภาครัฐในระยะต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'น้องพาย'ประเดิมทองแรก เจ็ตสกีไทยขึ้นนำคะแนนรวม ลุ้นแชมป์'บัลแกเรีย กรังด์ปรีซ์2026'

การแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “ดับเบิลยู จีพี วัน วอเตอร์เจ็ต เวิลด์ ซีรีส์ 2026” สนามเปิดฤดูกาล ณ ชายหาดซาราโฟโว วันที่สองทวีความดุเดือดขึ้นเป็นลำดับ นักเจ็ตสกีไทยโชว์ฟอร์มแกร่งประกาศศักดาบนเวทีโลกได้อย่างน่าประทับใจ“น้องพาย” ล้างตาแชมป์ยุโรป คว้าแชมป์ประเดิม! :

4นัดประวัติศาสตร์ สู่การตัดสินแชมป์โลก2026 'JAS–MONOMAX'ให้คนไทยดูฟรี

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุด เมื่อเส้นทางลุ้นแชมป์เหลือเพียง 4 นัดสุดท้าย ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ นัดชิงอันดับ 3 จนถึงนัดชิงชนะเลิศ ที่จะตัดสินว่าชาติใดจะก้าวขึ้นครองบัลลังก์ลูกหนังโลก บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน

'น้ำดื่มตราช้าง' เซ็นสัญญาแข้งเจ้าสัวน้อยรุ่นที่10 ปลุกปั้นสู่นักเตะอาชีพ-ทีมชาติไทย

“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” เดินหน้าสร้างรากฐานและความยั่งยืนให้กับวงการฟุตบอลไทย ผ่านการสนับสนุนและพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมกับโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ลงนามเซ็นสัญญานักฟุตบอลโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ รุ่นที่ 10 เพื่อผลักดันนักเตะดาวรุ่งสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทยในอนาคต

'กกท.-กองทุนกีฬา' เตรียมทัพไทยเต็มสูบ สู้ศึกเอเชียนเกมส์-พาราฯ

ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย มีภารกิจสำคัญในการสู้ศึก 2 มหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ของทวีปเอเชีย ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในปีนี้ นั่นคือ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 วันที่ 19 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18 - 24 ตุลาคม 2569