กองทุนกีฬาฯ ปฏิรูประบบจัดสรรงบฯ เปิดเกณฑ์ใหม่ เริ่มปี 2570

กองทุนกีฬาฯเปิดเกณฑ์ศักยภาพครั้งแรก ปิดยุคจัดงบฯ ตามฐานเดิม เริ่มปี 2570 ขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากสมาคมกีฬา ย้ำตรวจเอกสารเข้มไม่ใช่กำแพง แต่คือเกราะคุ้มครองเงินแผ่นดิน มุ่งจัดสรรงบฯ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

จากกรณีที่ ดร.วิจิตร สิทธินาวิน นายกสมาคมกีฬาไตรกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้แทนของสมาคมกีฬา ได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลการจัดสรรงบประมาณด้านกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567–2569 นั้น

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ต้องขอขอบคุณนายกสมาคมกีฬาไตรกีฬาแห่งประเทศไทย และทุกสมาคมกีฬาที่ได้สะท้อนข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ ความล่าช้าในการเบิกจ่าย และขั้นตอนการดำเนินงาน ด้วยความห่วงใยต่อนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และวงการกีฬาไทย

กองทุนฯ เห็นว่าทุกคำถามและทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบ และขอยืนยันว่า ประเด็นต่างๆ ที่ได้รับการสะท้อนนั้น กองทุนฯ ได้รับทราบมาโดยตลอด และได้เริ่มดำเนินการแก้ไขแล้วสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธานบริหารกองทุนฯ

มีมติเห็นชอบในคราวการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ร่วมกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณกีฬา เพื่อให้การบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาของประเทศ ผ่านการดำเนินงานสำคัญ 2 ด้าน ดังนี้

ประการแรก ปรับหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณตามศักยภาพของชนิดกีฬา โดยที่ผ่านมา การจัดสรรงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาใช้ฐานงบประมาณเดิมที่ได้รับ ทำให้เกิดข้อสงสัยและข้อกังวลเกี่ยวกับความเหมาะสมของการจัดสรร เนื่องจากแต่ละชนิดกีฬามีภารกิจ ต้นทุน และศักยภาพในการพัฒนาแตกต่างกัน ซึ่งตรงกับข้อเรียกร้องของสมาคมกีฬาที่ว่าไม่ได้ต้องการที่จะให้สมาคมได้เท่ากัน แต่ต้องการความเป็นธรรมตามความเหมาะสมและความจำเป็น

กองทุนฯจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มของชนิดกีฬาที่คำนึงถึงศักยภาพของสมาคมกีฬา ที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ขึ้นเป็นปีแรก เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีหลักเกณฑ์กลางที่ชัดเจน กระจายไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ลดความซ้ำซ้อนและใช้กับทุกสมาคมอย่างเสมอภาค ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยยึดนโยบายของรัฐบาลสู่กองทุนฯและได้อ้างอิงหลักการจัดสรรงบประมาณปี 2570 มาเป็นกรอบ

เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณ แม่นยำ ตรงเป้าหมาย สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา ยึดหลักการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ (Zero – Based Budgeting) โดยคำนึ่งการบริหารการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า (ประหยัด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเสมอภาค) ตลอดจนพิจารณาให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน เพื่อให้เงินทุกบาทได้ถูกจัดสรรตามศักยภาพ เป้าหมาย ความเป็นจริงและความต้องการของแต่ละชนิดกีฬา โดยไม่ได้คำนึงถึงฐานเดิมหรือดุลพินิจที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

กรอบวงเงินสนับสนุนสำหรับ 10 สมาคมกีฬา เป็นรอบแรก จากสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” จำนวน 90 สมาคมกีฬา (นักกีฬาคนปกติ) ตามหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มชนิดกีฬาที่มีศักยภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

สำหรับสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” (นักกีฬาคนปกติ) กำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณตามระดับศักยภาพออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ศักยภาพสูงมาก จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 35 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 2 ศักยภาพสูง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 17.5 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 3 ศักยภาพสูงปานกลาง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 8 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 4 ศักยภาพกำลังพัฒนา จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อสมาคม

สำหรับสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” (นักกีฬาคนพิการ) กำหนดกรอบการสนับสนุนตามระดับศักยภาพออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ศักยภาพสูงมาก จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 14 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา

กลุ่มที่ 2 ศักยภาพสูง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 8 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา

กลุ่มที่ 3 ศักยภาพสูงปานกลาง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา

กลุ่มที่ 4 ศักยภาพกำลังพัฒนา จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา

ขณะเดียวกัน กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดที่มีศักยภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยแบ่งการสนับสนุนออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ศักยภาพสูงมาก จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 12 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 2 ศักยภาพสูง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 9 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 3 ศักยภาพสูงปานกลาง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 6 ล้านบาท ต่อสมาคม

กลุ่มที่ 4 ศักยภาพกำลังพัฒนา จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสมาคม

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติขอยืนยันว่า สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ทั้ง 96 สมาคม (นักกีฬาคนปกติและนักกีฬาคนพิการ) และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด จะได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณภายใต้หลัก ความเป็นธรรม ความทั่วถึง ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พิจารณาจากศักยภาพ แผนงาน ผลสัมฤทธิ์ และความจำเป็นของแต่ละสมาคม เพื่อให้การใช้เงินกองทุนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาของประเทศ

ประการที่สอง ยกระดับการตรวจสอบเอกสารและพัฒนาระบบเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กองทุนฯ ตระหนักดีว่าการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอาจทำให้การเบิกจ่ายบางกรณีใช้เวลามากขึ้น และขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับสมาคมกีฬา นักกีฬา และผู้ฝึกสอน

อย่างไรก็ตาม เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเป็นเงินของแผ่นดิน การเบิกจ่ายทุกกรณีจึงจำเป็นต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่กำหนด การตรวจสอบเอกสารอย่างรอบคอบ จึงมิใช่อุปสรรคในการดำเนินงาน แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วนว่าการใช้เงินกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์

คำขอที่มีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง กองทุนฯ สามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ตามกรอบระยะเวลาปกติ ส่วนกรณีที่เอกสารยังไม่ครบถ้วนหรือมีข้อมูลที่จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม กองทุนฯ จำเป็นต้องส่งกลับเพื่อให้แก้ไขก่อนดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบราชการและเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย

ในขณะเดียวกัน กองทุนฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งการกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน การพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์เบิกจ่ายแบบออนไลน์ และการจัดทำคู่มือมาตรฐานด้านเอกสาร เพื่อช่วยให้สมาคมกีฬาสามารถจัดเตรียมเอกสารได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดระยะเวลาในการตรวจสอบและเบิกจ่าย

สำหรับกรณีคำขอเปิดเผยข้อมูลของสมาคมกีฬาไตรกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนฯ ขอเรียนว่าได้รับหนังสือคำขอตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากข้อมูลที่ร้องขอครอบคลุมข้อมูลทางการเงินและข้อมูลของสมาคมกีฬาอื่น ซึ่งเข้าข่ายข้อมูลของบุคคลที่สาม จึงจำเป็นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กองทุนฯ พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการบริหารเงินกองทุนด้วยความโปร่งใส ทั่วถึงเป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมเปิดรับทุกข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์ของนักกีฬา บุคลากรกีฬา และการพัฒนากีฬาของประเทศเป็นสำคัญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สู้สุดใจแล้ว 'บาส-เฟม' พ่ายจีนหวิว-พลาดชิงแบดไชน่า

“บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์-“เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน คู่ผสมมืออันดับ 4 ของโลก พ่ายให้กับคู่เจ้าถิ่นไปอย่างหวุดหวิดทั้งสองเกมในศึกแบดมินตันรายการ “วิคเตอร์ ไชน่า โอ