
มาร์ค วอลเตอร์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกา เป็นเจ้าของ ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส แฟรนไชส์ระดับตำนานของบาสเกตบอล “เอ็นบีเอ” เพียงแค่ปีเดียว ล่าสุดตัดสินใจขายต่อให้ สองนักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติ อย่าง จอช คุชเนอร์ และ บ็อบ ไอเกอร์ ด้วยมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 12,500 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 420,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ จอช คุชเนอร์ และ บ็อบ ไอเกอร์ ตกเป็นข่าวว่าพวกเขาอยากได้สิทธิแฟรนไชส์เอ็นบีเอ ที่ ลาส เวกัส เพราะทางลีกกำลังจะขยายเพิ่มจาก 30 เป็น 32 ทีม แต่ทว่าพวกเขากลับเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน ลองยื่นข้อเสนออย่างดุดันเพื่อขอซื้อทีม เลเกอร์ส ต่อจาก วอลเตอร์ สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ปิดดีลกันได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน
ปีก่อน มาร์ค วอลเตอร์ เพิ่งเข้ามาเทกโอเวอร์ แอลเอ เลเกอร์ส ในระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญ หรือประมาณ 335,000 ล้านบาท สำหรับการซื้อหุ้นใหญ่ จาก ตระกูลบัสส์ สุดท้ายเขาตัดสินใจปล่อยต่อแฟรนไชส์แห่งนี้ โดยได้กำไรเหนาะๆ เข้ากระเป๋่าตัวเอง 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
มูลค่าดังกล่าวส่งผลให้ ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส กลายเป็นสโมสรที่ทำเงินจากการขายทีมได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬาโลก ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก มาร์ค วอลเตอร์ ซื้อหุ้นจากครอบครัวบัสส์ 10,000 ล้านเหรียญฯ และล่าสุดขายต่อให้ คุชเนอร์ กับ ไอเกอร์ มูลค่า 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
“ในฐานะแฟนบาสเกตบอล NBA มาตลอดชีวิต พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสเข้ามาดูแล ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรกีฬาที่โดดเด่นสุดในโลก เรามีความเคารพอย่างต่อความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ของ เจอร์รี่ และ จีนี บัสส์” คุชเนอร์ กับ ไอเกอร์ แถลงข่าวร่วมกัน
“ความมุ่งมั่นระยะยาวของเราคือการต่อยอดจากรากฐานนั้น เพื่อแข่งขันในระดับสูงสุด และรับใช้ทีมอันยอดเยี่ยมนี้, แฟนๆ ของทีม รวมถึง เมือง ลอส แอนเจลิส”
ทั้งนี้สื่อในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ถึงสาเหตุที่ วอลเตอร์ ตัดสินใจขาย เลเกอร์ส ในราคาประวัติศาสตร์ของวงการกีฬา เป็นเพราะเจ้าตัวกำลังโดนรัฐบาลกลางสอบสวน ข้อหาฉ้อโกงภาษีโดยบริษัทอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวเขา ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของ แอลเอ ดอดเจอร์ส, แอลเอ สพาร์คส, เชลซี (ฐานะเจ้าของร่วม) และ ลีกฮอกกี้น้ำแข็งหญิงอาชีพ (PWHL)
สำหรับ จอช คุชเนอร์ ในวัย 41 ปี เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทเวนเจอร์แคปปิตอล Thrive Capital และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานของ Oscar Health ส่วน บ็อบ ไอเกอร์ ในวัย 75 ปี แวดวงธุรกิจรู้จักชื่อของเขาดี เพราะเป็นถึงซีอีโอถึง 2 วาระ ของดิสนีย์

