
อันโดนี อิราโอลา กุนซือ ลิเวอร์พูล ภูมิใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม แม้ว่าสุดท้าย หลังจากเหลือ 10 คนจะพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี แบบคาบ้านตัวเอง 0-3
เกมดังกล่าวในครึ่งแรกดูเหมือน “หงส์แดง” จะพอสู้ได้ แต่เมื่อเหลือ 10 คน จากการที่ไรอัน กราเฟนแบร์ก โดนไล่ออก ก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน จนถูก แมนฯ ซิตี รัว 3 เม็ดรวด จาก เออร์ลิง ฮาแลนด์, เยเรมี โดกู และนาบิล เฟคีร์
“ประเด็นแรกคือเราเหมือนได้เล่นสองเกมที่แตกต่างกัน เกมหนึ่งคือช่วงเวลาก่อนที่จะมีใบแดง และอีกช่วงคือหลังจากนั้น ตลอด 60 นาทีแรก ผู้เล่นทำได้ดีมาก แต่สถานการณ์หลังจากโดนใบแดงคือช่วงที่ ซิตี้ ทำได้ดีกว่าเรา” อิราโอลา เริ่มกล่าว
“ส่วนใบแดงของลูกทีมผม จริงๆ ใบเหลืองแรกเป็นแค่จังหวะเตะโดนปลายเท้า มันไม่มีอะไรเลย เป็นแค่การฟาวล์ธรรมดาๆ มันเป็นจังหวะที่เรากำลังเร่งเกมบุกมากขึ้น โมเมนตัมกำลังเข้าทางเราและบรรยากาศในสนามก็ยอดเยี่ยมมาก”
“เราแทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งเลยในครึ่งแรก เราทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ ส่วนในครึ่งหลัง เราก็เริ่มเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นโอกาสลุ้นประตูได้”
“เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเกมในวันนี้ ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นมาก พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นความพ่ายแพ้และเราไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่ผมก็พอใจกับฟอร์มการเล่นของทีมมาก” เฮดโค้ชหงส์แดง ปิดท้าย
ด้าน เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ชี้ว่าการที่ทีมโดนใบแดงจนเหลือ 10 คน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” ต้าน “เรือใบสีฟ้า” ไม่ไหว
“ครึ่งแรกเราทำได้ดี เราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและดุดันในการเล่น แม้ว่าจังหวะสวนกลับบางครั้งเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ก็ตาม โอกาสเหล่านั้นอาจไม่ใช่โอกาสทองที่ชัดเจนนัก แต่เราก็แสดงให้เห็นว่าเราต้องการชัยชนะและมีความกระหายในการเล่น ซึ่งถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องมี” ฟาน ไดค์ กล่าว
“ส่วนครึ่งหลัง ใบแดงทำให้เกมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามาเสียประตูหลังจากนั้นไม่นาน ความจริงคือเราเหลือผู้เล่น 10 คนและมาเสียประตูตามมาทันที ทำให้เกมที่ต้องดวลกับพวกเขากลายเป็นงานยากขึ้นมาอีกครั้ง”
สำหรับโปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล มีคิวดวลกับ แอลเอเอสเค จากออสเตรีย ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบลีกเฟส คืนวันพุธที่ 14 ตุลาคม เวลา 23.45 น.

