ลองเปลี่ยนเลนส์แว่น?

“โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูงกว่ายุควิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 อย่างเทียบกันไม่ติด สามารถรับมือกับภาวะพลังงานโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นี่..เป็นการวิเคราะห์ของ “รอยเตอร์” สำนักข่าวระดับโลกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเมืองไทยอย่างตรงไปตรงมา

ซึ่งจะทำให้ “พวกแช่งประเทศ” ถึงกับหน้าชา หรือเกิดอาการ “ชักดิ้นกระแด่วๆ” หรือไม่ ไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยิ้มหน้าบาน!

แน่นอน..เศรษฐกิจไทยไม่ได้สมบูรณ์แบบ ยังมีโจทย์ยากเรื่องหนี้ครัวเรือนและการปรับโครงสร้างรายได้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่จริงและต้องได้รับการแก้ไข

แต่มันช่างน่าขันที่คนบางกลุ่ม หรือพวก “อมทุกข์ประจำชาติ” พยายาม “ด้อยค่า” บ้านเกิดตัวเองในทุกเช้าค่ำ ประหนึ่งว่าการเห็นประเทศชาติพังทลายลงไปต่อหน้าคือชัยชนะส่วนตน..

วันๆ เอาแต่ก้มหน้ากดแป้นพิมพ์คร่ำครวญว่า “ยากจน” สลับกับการกดสั่ง “ชานมไข่มุกพรีเมียม” ถอยโทรศัพท์รุ่นใหม่ หรือวางแพลนไปเที่ยวต่างประเทศช่วงวันหยุดยาว!

ก็หวังว่า เมื่อสำนักข่าวระดับโลกเขายังมองเห็นศักยภาพและให้ราคากับความแกร่งของไทย พวกแช่งประเทศก็น่าจะเลิกทำตัวเป็นนักพยากรณ์วันสิ้นโลกเสียทีเถอะนะ!

เออ..แล้วนั่นก็ดูเหมือนจะยังชัง-ยังโกรธ-ยังแค้นฝังหุ่น ผมหมายถึงคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์น่ะ!

เห็นออกโรง (โพสต์) ฉะพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลเรื่องการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ด้วยการสาดคำว่า “บ้าอำนาจ” ใส่แบบจัดเต็ม-สะใจ!

ซึ่งผมก็ไม่อยากจะขัดคอให้เคืองอารมณ์ แต่จากที่ได้ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของคุณนิพิฏฐ์ตั้งแต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในพื้นที่ จ.พัทลุงให้กับพรรคภูมิใจไทยมา..

ไม่ว่าจะนโยบายใด โครงการอะไร หากมาจากฝั่งภูมิใจไทย คุณนิพิฏฐ์จะกระโดดขวางและตราหน้าว่าเลวร้ายไว้ก่อนเสมอ!

การที่คุณศุภชัย ใจสมุทร และคณะเสนอให้ดึงเงินบำรุงของไทยพีบีเอสจาก “ภาษีบาป” ปีละ 2,000 ล้าน กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินผ่านกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา

เท่าที่สดับฟัง ผู้คนในสังคมเริ่มตั้งคำถามและเห็นด้วยกับแนวทางของคุณศุภชัยขึ้นอย่างกว้างขวางในประเด็นที่คุณนิพิฏฐ์อาจทำเป็นแกล้งมองไม่เห็น

อย่างแรก..ประเด็น “เป็นอิสระ” ไม่ได้แปลว่า “ห้ามตรวจสอบ” ในเมื่อองค์กรอิสระอื่นๆ อย่างศาล หรือ ป.ป.ช. ยังต้องรับงบประมาณผ่านสภา..

แล้วทำไมไทยพีบีเอสถึงจะใช้มาตรฐานวินัยการเงินเดียวกันไม่ได้ การรับงบตามระบบ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องสูญเสียอุดมการณ์ความเป็นสื่อแต่อย่างใดนิ!

อย่างที่สอง..เงิน 2,000 ล้านบาทต่อปีที่ได้ไปเฉยๆ โดยไม่ต้องผ่านการคัดกรองจัดสรรอย่างคุ้มค่าในแต่ละปีนั้น

ต้องยอมรับ วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว สื่อค่ายอื่นต้องดิ้นรนแทบตาย แต่สื่อสาธารณะกลับมีเงินถุงเงินถังไหลมาเทมาโดยขาดกลไกตรวจสอบเม็ดเงินมหาศาล..

การทบทวนระบบรับเงินจึงไม่เห็นจะต้องดิ้นทุรนทุรายไปทำไม และคุณนิพิฏฐ์ก็ไม่จำเป็นต้องออกตัว (แรง) ปกป้องถึงกับเกรี้ยวกราด ผรุสวาท “บ้าอำนาจ” ให้เสียบุคลิก!

สุดท้าย..กฎหมายนี้ใช้มาเกือบสองทศวรรษตั้งแต่ปี 2551 เวลานี้พฤติกรรมการเสพสื่อของคนเปลี่ยนไปหมดแล้ว การกล้าทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับปัจจุบันคือสิ่งที่ควรทำ..

ไม่ใช่เอะอะก็โวยวายว่ารัฐบาลจะแทรกแซง ควบคุมสื่อ!

ต้องขอประทานโทษคุณนิพิฏฐ์ ผมว่าท่านควรจะพักหรือเพลาๆ ความโกรธ ความแค้น ความอคติต่อพรรคภูมิใจไทยลงเสียบ้าง

การทำหน้าที่ของนักการเมืองรุ่นใหญ่ แม้จะบอกว่า “ผมเป็นคนนอกสังคมการเมืองไปนานแล้ว” ก็ตาม คุณนิพิฏฐ์ควรจะวิจารณ์บนฐานของข้อมูลและเหตุผล

การเอาความช้ำใจเรื่องฐานเสียงที่พัทลุงมาปะปนกับประเด็นสาธารณะ แล้วเที่ยวชี้หน้าว่าคนอื่น “บ้าอำนาจ” รังแต่จะทำให้ราคาและความน่าเชื่อถือของตัวเองลดน้อยถอยลง!

คุณนิพิฏฐ์ลองถอดเลนส์แว่นตาสีน้ำเงินที่เคลือบด้วยความโกรธแค้นและอคติส่วนตัวออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้ “เลนส์แห่งผลประโยชน์ของประชาชน” ดูหน่อยปะไร

เผื่อจะได้มองเห็นภาพชัดว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเสนอนั้น มันไม่ใช่เรื่องของการบ้าอำนาจ แต่เป็นเรื่องของความโปร่งใสที่สังคมเขารับได้และเห็นด้วย..

ลองแลตะ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อสาธารณะจำเป็นต้องมี?

ชื่อรายการ “คุยให้คิด”! ฉะนั้น..พวกเราช่วยคิดกันสิว่า ค่าตัว 40,000 บาทต่อตอนของ “ผู้ดำเนินรายการ” คุณวีระ ธีรภัทร ก็ดี คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ดี มันแพงไปไหม?

เบื้องหน้า'คิงคอง'คือ..?

“รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง ความเหลื่อมล้ำ ผู้ว่าฯ ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”

สภา ‘ไฮยีนา’?

“มิตร ชัยบัญชา ดาราคนนางเลิ้ง” นี่..ชื่อ งานรำลึกถึง “มิตร ชัยบัญชา” ตำนานพระเอกหนังไทยอันดับหนึ่ง เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์..

ที่เสวยสุขของพวกปรสิต?

ผมรู้ (ไม่) ทันเจิมศักดิ์.. ก็..อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เจ้าของหนังสือ “รู้ทันทักษิณ” นั่นแหละ ซึ่งได้อ่าน-ได้ฟังที่ใครต่อใครนำมาพูดหลังท่านไปนั่งสนทนากับพิธีกรทางจอทีวีแล้ว..

ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

พอได้คลาย ‘แพนิก’?

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา