
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ยอมรับว่า ยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 ในเกมเปิดสนามวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากแฟนบอลมากเท่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากทีมชาติไทยมีโปรแกรมพบกับบรูไน ซึ่งมีอันดับโลกห่างกันค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญที่แฟนบอลควรเข้ามาร่วมให้กำลังใจทีมชาติไทย
การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 และ 17 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ (สนามเกาะกลางน้ำ) โดยวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นการแข่งขันรอบแรก คู่แรก เวลา 16.00 น. โอมาน อันดับ 81 ของโลก พบ ทาจิกิสถาน อันดับ 100 ของโลก ส่วนคู่ที่สอง เวลา 19.30 น. ทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก พบ บรูไน อันดับ 196 ของโลก ก่อนจะลงแข่งขันรอบชิงอันดับ 3 และรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน
สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันจำหน่ายในราคา 200-500 บาท สามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.theconcert.com หรือซื้อด้วยตนเองที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ
ล่าสุด นายสิริพงศ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจำหน่ายบัตรว่า บัตรเข้าชมการแข่งขันในวันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันชิงชนะเลิศ มียอดจำหน่ายไปได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากแฟนบอลให้ความสนใจเดินทางมาเชียร์ทีมชาติไทย โดยหลายคนคาดหวังว่าทัพช้างศึกจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ขณะที่บัตรออนไลน์ยังคงมีแฟนบอลทยอยจับจองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีผู้แสดงความประสงค์จะซื้อบัตรหน้างานด้วย
ส่วนการแข่งขันในวันที่ 14 พฤศจิกายน ยังมีที่นั่งเหลืออยู่พอสมควร โดยนายสิริพงศ์กล่าวว่า “วันที่ 14 พฤศจิกายน แม้จะเป็นวันเสาร์ แต่ได้ยินเสียงมาพอสมควรว่าเมื่อทีมชาติไทยเจอกับทีมชาติที่มีอันดับห่างกันค่อนข้างมาก ก็อาจทำให้แฟนบอลรู้สึกไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม อยากเรียนว่า ทีมชาติไทย โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ถือเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญที่มีคะแนนสะสมฟีฟ่าเป็นเดิมพันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเกมไหน กำลังใจจากแฟนบอลมีความสำคัญที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกคนเข้ามาให้กำลังใจทีมชาติไทยทั้งวันที่ 14 และ 17 พฤศจิกายน โดยขณะนี้บัตรวันที่ 14 พฤศจิกายน จำหน่ายไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง ยังเหลือที่นั่งให้แฟนบอลจับจองอีกพอสมควร”
นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันปัญหาการจุดพลุแฟลร์ภายในสนามว่า ได้มีการประสานและพูดคุยกับกลุ่มกองเชียร์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มกูปรีพลัดถิ่น และกลุ่มฮาร์ดคอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือในการเชียร์อย่างเหมาะสม
โดยที่ผ่านมาในการจัดการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่าเดย์ระหว่างทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน เมื่อปี 2565 ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มแฟนบอลเป็นอย่างดี และไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งครั้งนี้กลุ่มกองเชียร์ก็ได้ตอบรับและยืนยันว่าจะร่วมมือกันดูแลบรรยากาศภายในสนามให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อให้การแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 เป็นไปอย่างสนุกสนานและปลอดภัย

