'ช้างศึก'ซ้อมเตรียมบุกมาเลย์ 'มาโน'ยันไทยพร้อม ไม่หวั่นแฟน'เสือเหลือง'

มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย คุมซ้อมใกล้ชิด
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 มกราคม 2566 เวลา 17.00 น. ณ ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี ฟุตบอลชายทีมชาติไทย กลับมาซ้อมอีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2022 รอบรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ มาเลเซีย
 
ทีมชาติไทย เป็นแชมป์ กลุ่มเอ จะแข่งขันรอบรองฯพบกับ มาเลเซีย ที่เป็นรองแชมป์ กลุ่มบี นัดแรกวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งการซ้อมครั้งนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยแบ่งนักเป็น2ชุด กลุ่มผู้เล่นที่ลงเล่นในกับกัมพูชา เน้นฟื้นฟูร่างกาย และอีกหนึ่งกลุ่ม ฝึกซ้อมการเล่นร่วมกัน
 
ก่อนการฝึกซ้อม มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย กล่าวว่า "เรากลับมาซ้อมอีกครั้งในวันนี้ เรามีเวลาอีกสองวัน เพื่อวางแผน วางแท็คติก ในการบุกไปเล่นในสนามที่มีแฟนบอลเข้ามาเต็มสนาม และเป็นแมตช์ที่ยากอย่างที่หลายคนทราบ แต่เราก็ผ่านมาได้แล้วในเกมกับ อินโดนีเซีย"
 
"นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับทีมของเรา นี่คือรอบน็อคเอาท์ เราเป็นแชมป์กลุ่มได้ ซึ่งมันสำคัญมาก อย่างที่ผมพูดไปในห้องแถลงข่าว ว่ามันสำคัญที่เราจะได้เล่นในบ้านของตัวเองในนัดที่สอง ต่อหน้าแฟนบอลของเราที่จะช่วยเราผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้"
 
"อย่างที่เราทราบ เราได้เจอกับ มาเลเซีย มาแล้วในคิงส์ คัพ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีการจัดระเบียบที่ดี สู้ตลอดเวลา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาแสดงออกมาในเกมการแข่งขัน แต่เราก็พร้อมที่จะสู้ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นเกมตัดสิน และหวังว่าเราจะวางแผนได้ดีในการเจอกับพวกเรา ในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาแพ้มาแค่เกมเดียว ในการเยือนเวียดนาม ซึ่งพวกเขาเสียจุดโทษในเกมนั้น และเป็นจุดเปลี่ยนด้วย เราคิดว่าเกมนี้เป็นเกมที่ยาก ในการเจอกับคู่ต่อสู้แบบนี้ แต่เราเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราจะได้ผลสกอร์ที่ดี"
 
"สำหรับเรื่องสภาพสนามที่แตกต่าง นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจเดินทางเลยในวันพรุ่งนี้ เพื่อเพิ่มความเคยชินสักเล็กน้อยกับการเล่นบอลในสนามแบบนี้ หรือการจบสกอร์ เราต้องการเห็นสภาพสนามก่อน มันแตกต่างจากที่เราเคยเจอมา แต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะเราต้องลงเล่น 180 นาที และมันคือการตัดสินกันของทั้งสองทีม"
 
"มาเลเซีย ขาดนักเตะจากยะโฮร์ 7 คน แต่เราก็ขาดนักเตะตัวหลัก 10 คนเหมือนกัน เบื้องต้นตอนนี้เราต้องโฟกัสที่รายการนี้ก่อน ส่วนรายการต่อไปที่ถูกเชิญไปเล่น และได้เจอกับทีมที่มีระดับสูงกว่าทีมชาติไทย ก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เราต้องเป็นแชมป์ให้ได้ก่อน"
 
"สำหรับการที่ทีมอื่นเป็นโค้ชเกาหลีใต้ทั้งหมด ผมมองว่าโค้ชเกาหลีเป็นโค้ชที่มีคุณภาพ คุ้นเคยกับคนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี แต่ตัวผมก็คุ้นเคยกับนักเตะไทย เพราะผมทำงานทีนี่มานาน ผมเคยได้แชมป์มาแล้ว ผมเองก็มั่นใจในตัวเองเหมือนกัน"
 
ทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบรองรองชนะเลิศนัดแรก พบกับ มาเลเซีย ที่สนามบูกิต จาลิล ในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสด ทาง MCOT HD30 และ T-Sports 7

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยขึ้นอันดับ93โลก หลังคว้าแชมป์กลุ่ม เข้ารอบท้าย'เอเชียนคัพ2027'

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ประกาศผลการจัดอันดับโลก ของฟุตบอลชาย FIFA World Ranking อย่างเป็นทางการ โดย ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ขึ้นมารั้งอันดับ 93 ของโลก

'ฮัดสัน'มั่นใจ'ช้างศึก'ได้เปรียบเติร์กฯ นักเตะเลือกตัวดีสุด ลุย'เอเชียนคัพ'คัดเลือกนัด6

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว สนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขัน จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 6 ที่ ทีมชาติไทย จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

ทีมชาติไทยU23ซ้อมเข้ม ก่อนชน'เกาหลีเหนือ'ตัดสินแชมป์ 'อรรถพล'ปลุกทีมต้องพร้อม

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามซ้อม โอลิมปิก พาร์ค ในเมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ทีมชาติไทย U23 ลงฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลรายการ CFA Team China International Youth Tournament Xi'an นัดที่สามที่จะพบกับ เกาหลีเหนือ

เปิดเบอร์เสื้อ23ช้างศึก คัดเอเชียนคัพนัดที่6 ชี้ชะตากับ'เติร์กเมนิสถาน'

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ประกาศหมายเลขเสื้อ นักกีฬาทั้ง 23 คน ที่ทำการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดที่ 6 พบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ

แข้งทีมชาติได้'รพ.สมิติเวช'ดูแล3ปี ยกระดับสมรรถภาพ'ช้างศึก' สู่มาตรฐานสากล

ฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ "ช้างศึก" กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี ล่าสุดทีมชาติไทยไต่อันดับโลกฟีฟ่าขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 ของโลก ในการประกาศอันดับโลกเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในรอบกว่า 16 ปี และยังคงครองตำแหน่งทีมอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิในระหว่างการเดินทางอันน่าภาคภูมิใจนี้ "สมิติเวช" ยืนหยัดอยู่เคียงข้างทีมชาติไทยอย่างไม่เคยห่างหาย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 3