นักเตะ-สตาฟฟ์ปัตตานี วิ่งไล่กรรมการถูกแบน-ปรับ /ประตูสี่แควเตะบอลอัดผู้ตัดสิน ไม่รอด

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ประธานในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 13/2566 เพื่อพิจารณากรณีเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่นๆ ของสมาคมฯ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 45 ประจำฤดูกาล 2565/66
 
โดยคณะกรรมการฯ พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้น โดยมีเหตุการณ์ที่แฟนบอลและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจในเกม ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี 1-1 สโมสรภูเก็ต อันดามัน เอฟซี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566
 
เหตุการณ์ไม่ปกติดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน ขณะที่ผู้ตัดสินกำลังจะออกจากสนาม ได้มีผู้เล่นสำรองหมายเลข 4 นายซาฟีอี หะมะ สโมสรปัตตานี เอฟซี และเจ้าหน้าที่ทีม นายซุลกีฟลี เซาะแม และ นายมูฮำหมัดอัธฟาร์ จามิง เข้ามาหาผู้ตัดสินในลักษณะไม่พอใจจะเอาเรื่องและวิ่งไล่ผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินได้วิ่งหลบไปทางฝั่งด้านข้างใกล้ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมเยือน แล้วลื่นล้มลง ก่อนวิ่งเข้าใต้ถุนอัฒจันทร์ และได้มีกองเชียร์สโมสรปัตตานี  เอฟซี ด่าทอผู้ตัดสินด้วยคำหยาบและขว้างปาขวดน้ำใส่ทีมผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่ รปภ. และกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ได้เดินตามผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ขณะเดินเข้าห้องพัก และชกผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 บริเวณท้ายทอย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพาออกจากสนาม ในเวลา 19.50 น. ไปสถานีตำรวจ เพื่อป้องกันความปลอดภัย และถึงสถานีตำรวจเวลาประมาณ 20.15 น. ก่อนแยกย้ายกันกลับ
 
คณะกรรมการฯ ได้ประชุมพิจารณาและมีมติเอกฉันท์ ดังนี้
 
1. ผู้เล่นสำรองหมายเลข 4 นายซาฟีอี หะมะ สโมสรปัตตานี เอฟซี วิ่งไล่ผู้ตัดสิน เป็นการแสดงกิริยาที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขันได้ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8 ถูกพักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท แต่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 จึงปรับเงิน 3,333 บาท
 
2. นายซุลกีฟลี เซาะแม เจ้าหน้าที่ทีม สโมสรปัตตานี เอฟซี​ และ นายมูฮำหมัดอัรฟาร์  วามิง เจ้าหน้าที่ทีม สโมสรปัตตานี เอฟซี​ วิ่งไล่ผู้ตัดสิน เป็นการแสดงกิริยาที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขันได้ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.5 ถูกพักการทำหน้าที่คนละ 2 นัด และปรับเงินคนละ 10,000 บาท แต่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 จึงปรับเงินคนละ 3,333 บาท
 
3. กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและขว้างปาขวดน้ำเข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขัน  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 จึงปรับเงิน 10,000 บาท
 
4. กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ชกผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 บริเวณท้ายทอย การกระทำดังกล่าวเป็นการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.9 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 จึงปรับเงิน 16,666 บาท​
 
ทั้งนี้ หากไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมวางเงินค่าอุทธรณ์ จำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ต่อหนึ่งกรณีการอุทธรณ์ โดยส่งที่อีเมล [email protected] ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา​
 
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้น โดยมีเหตุการณ์ที่แฟนบอลและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจในเกม ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 คู่ระหว่างสโมสรเชียงราย ซิตี้ 1-1 สโมสรสี่แคว ซิตี้ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566
 
เหตุการณ์ไม่ปกติดังกล่าว เกิดขึ้น หลังจากจบการแข่งขัน นายเอกพงศ์ อุทธสาร ผู้รักษาประตูหมายเลข 20 ของสโมสรสี่แคว ซิตี้ เตะลูกบอลใส่ผู้ตัดสิน โดนบริเวณท้ายทอย เนื่องจากไม่พอใจการตัดสินที่เป่าให้สโมสรเชียงราย ซิตี้ ได้จุดโทษในนาทีที่ 87 เพราะผู้เล่นสโมสรสี่แคว ซิตี้ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงให้ใบแดง (Violent Conduct) แก่ ผู้รักษาประตูสโมสรสี่แคว ซิตี้
 
คณะกรรมการฯ ได้ประชุมพิจารณาและมีมติเอกฉันท์ ว่าการกระทำดังกล่าวมีการกระทำที่รุนแรง ร้ายแรง ขาดน้ำใจเป็นนักกีฬา หลังจากมีเจตนาทำร้ายผู้ตัดสินแล้ว ยังมีท่าทางข่มขู่จะเข้าทำร้ายโดยตรงกับผู้ตัดสินอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งถูกกันตัวออกไป
 
ดังนั้นการที่ผู้ตัดสินลงโทษไล่ออกใบแดง คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท เห็นว่ายังไม่เหมาะสมกับความผิดที่ได้กระทำลง จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท บทที่ 2 การลงโทษการกระทำผิดกฎ กติกา วินัย มารยาท ข้อประท้วง และอำนาจหน้าที่องค์กรคณะตุลาการ และมาตรการทางวินัย ของสมาคม  ข้อ 1. บทกำหนดโทษสำหรับนักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม องค์กรสมาชิก (ทีม) และกองเชียร์ ข้อ 1.1 การกระทำความผิดของนักกีฬาฟุตบอล จากการเล่นหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งใน-นอกสถานที่จัดการแข่งขันในวันแข่งขันต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน หรือสาธารณชน ต้องถูกลงโทษ ตามบทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1 ประกอบกับ วรรคสอง ข้อความว่า "โดยองค์กรคณะตุลาการ และมาตรการทางวินัย  มีอำนาจเพิ่มโทษ หรือลดโทษ หรือเพิกถอนโทษ ตามข้อ 1.1 ถึง 1.10 ข้างต้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับผลการแข่งขัน เว้นแต่กรณีที่มีโทษให้ปรับแพ้" จึงให้ลงโทษ ผู้รักษาประตูหมายเลข 20 นายเอกพงศ์ อุทธสาร สโมสรสี่แคว ซิตี้ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.12 (1) ถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนาม 1 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท เนื่องจากเป็นการกระทำต่อเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ให้เพิ่มโทษจากเดิมเป็น 2 เท่า จึงเพิ่มโทษถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนามเป็น 2 นัด  และเพิ่มโทษปรับเงินเป็น 40,000 บาท
 
เนื่องจาก ผู้รักษาประตูหมายเลข 20 นายเอกพงศ์ อุทธสาร สโมสรสี่แคว ซิตี้ ถูกผู้ตัดสินลงโทษใบแดง Violent Conduct ถูกพักการแข่งขันครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท
 
จึงรวมโทษ ถูกพักการแข่งขัน 4 นัด และปรับเงิน 60,000 บาท แต่เป็นทีมในระดับไทยลีก 3 จึงปรับเงิน 20,000 บาท
 
ทั้งนี้ หากไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมวางเงินค่าอุทธรณ์ จำนวน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ต่อหนึ่งกรณีการอุทธรณ์ โดยส่งที่อีเมล [email protected] ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนร้ายประกบยิงลูกจ้าง อบต. ดับคาที่

พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.หนองจิก ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิต 1ราย เหตุเกิดที่ม. 1 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

อุกอาจ! คนร้ายถล่มยิงรองนายก อบต. ดับคาที่

พลตำรวจตรี สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.นาประดู่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าทำการตรวจสอบกรณีเหตุคนร้ายลอบยิง นายนันท์ คงสมบูรณ์ อายุ 57 ปี

ปัตตานีป่วน! โจรแสบลักสายไฟ 14 จุด ดับทั้งเส้นทาง

นายสมกิตติ์ กิตติโศภิษฐ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงปัตตานีนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เส้นทางสายใหม่ปัตตานี สาย 43

แม่ทัพภาค 4 เผยโจรใต้ระเบิดโรงไฟฟ้า มุ่งทำลายเศรษฐกิจระบบสาธารณูปโภค

พลโทศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายวางเพลิงเผาภายในอาคารเครื่องผลิตไฟฟ้า และก่อเหตุวางระเบิดภายในโรงไฟฟ้ารุ่งทิวา ไบโอแมส