
วันที่ 7 เมษายน 2566 ที่ ห้องประชุมสนามมวยนานาชาติ รังสิต จากมติที่ประชุมคณะกรรมการสภามวยไทยโลกในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 4/2565 ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการ” สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” และที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายอำนวย เกษบำรุง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสภามวยไทยโลกในพระราชูปถัมภ์ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในตำแหน่ง ประธานโครงการ “สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” ซึ่งนายอำนวย เกษบำรุง ประธานโครงการได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา ที่ล้วนเป็นบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถรวมทั้งสิ้น 18 ท่าน
เพื่อให้การดำเนินการของโครงการเป็นไปด้วยดีตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาภาวะการเจริญเติบโตของนักกีฬามวยไทยอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ก้าวไปสู่เป้าหมาย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานสภามวยไทยโลก ในพระราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพลเอก ธันวาคม ทิพย์จันทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายกสมาคมพันธมิตรมวยไทยโลก , นายอำนวย เกษบำรุง ประธานโครงการจึงแต่งตั้ง นายสุนัย เกียรติอัชฌาสัย บรรณาธิการมวยแชมป์ เป็นฝ่ายประสานงานและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของโครงการ “สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” ทั้งนี้ประธานโครงการมั่นใจว่าด้วยศักยภาพของ นายสุนัย เกียรติอัชฌาสัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหาผู้สนับสนุนในการจัดหารายได้สำหรับโครงการฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2566 เป็นต้นไป
พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ประธานสภามวยไทยโลกในพระราชูปถัมภ์กล่าวถึงโครงการ”สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” เป็นโครงการที่จับต้องได้ หากมีปัจจัยทุกด้านที่เหมาะสม ก็จะสามารถผลิตนักมวยไทยรุ่นใหญ่ให้กับประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก และสร้างความนิยมและเผยแพร่”มวยไทย” ศิลปการต่อสู้ประจำชาติไทย ให้เป็นที่ยอมรับสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่ประธานโครงการ นายอำนวย เกษบำรุง กล่าวถึงที่มาของโครงการ”สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” ว่าเกิดจากการที่ตนได้เห็นนักมวยรุ่นเล็กที่ต้องทำน้ำหนักก่อนขึ้นชก โดยลดกันหลายกิโลด้วยกรรมวิธีต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของร่างกาย – โครงกระดูก – กล้ามเนื้อ ตลอดจนการพัฒนาของสติปัญญา ซึ่งจากการที่มวยไทยเป็นที่ยอมรับแพร่หลายไปทั่วโลก ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิคสากล หรือ IOC ซึ่งตนมองว่าประเทศไทยต้องสร้างนักมวยรุ่นใหญ่ขึ้นมารองรับการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต จึงเป็นที่มาของโครงการ”สร้างมวยเล็กให้เป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” โดยเริ่มจากการสร้างนักมวยรุ่นเล็กที่ขึ้นชกแบบไม่ต้องควบคุมน้ำหนัก ซึ่งค่ายมวยและนักมวยต้องพิจารณาว่าตนเองเหมาะว่าจะขึ้นชกในพิกัดใด ไม่ต้องมาเร่งลดน้ำหนักก่อนขึ้นชกแบบหักโหมจนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของร่างกายดังกล่าว และตนคิดว่าทันทีที่โครงการเริ่มดำเนินการ จะได้รับความสนใจจากนักมวยไทยทั้งในประเทศ และนักมวยไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก นอกเหนือจากการจัดการแข่งขันบนสังเวียนมวยไทยแล้ว ยังจัดแข่งขันไหว้ครูมวยไทยในท่าพรหมสี่หน้าไม่เกิน 5 นาที ที่มีเงินรางวัลชนะเลิศสูงถึง 2 ล้านบาท และรองชนะเลิศถึงอันดับสิบรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท และมั่นใจว่าการดำเนินการของโครงการจะสร้างนักมวยไทยในพิกัด 80 กิโลกรัมขึ้นไปในเวลาไม่นาน ก่อนจัดการแข่งขันมวยไทยรุ่นเฮฟวี่เวทที่เปิดกว้างสำหรับนักมวยไทยทั่วโลกมาชิงความเป็นเลิศ โดยมีรางวัลสำหรับสุดยอดนักมวยไทยรุ่นเฮฟวี่เวทเป็นบ้านพร้อมที่ดินมูลค่า 3 ล้านบาท พร้อมเงินสด 5 แสนบาท รองชนะเลิศได้รับที่ดิน 50 ตารางวามูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เงินสด 3 แสนบาท พร้อมรางวัลให้กับนักมวยอันดับ 3 ถึงอันดับ 10 รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ซึ่งการผลักดันโครงการ”สร้างมวยเล็กเป็นมวยใหญ่ ก้าวไกลสู่กีฬาโลก” จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วุฒิสภาลุยยกระดับสอยคิวไทย เสนอร่าง พ.ร.บ.กีฬาสนุกเกอร์ เหมือนกับ-'มวย'เพื่อคุ้มครองเยาวชน
วุฒิสภาเดินหน้ายกระดับวงการสอยคิวไทย เสนอไม้ตายร่าง พ.ร.บ.กีฬาสนุกเกอร์โดยเฉพาะ เล็งใช้โมเดลเดียวกับ "พ.ร.บ.กีฬามวย" เพื่อคุ้มครองเยาวชนให้ฝึกซ้อมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย พร้อมจี้มหาดไทยถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีแนบท้ายกฎหมายการพนัน ชี้ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ทันโลก
'AIS PLAY'จับมือเวทีราชดำเนิน เสริมคอนเทนต์มวยไทย ยิงสดความมันส์ครบ7วัน
AIS PLAY ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและคอนเทนต์กีฬาเบอร์ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าขยายขอบเขตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ สนามมวยเวทีราชดำเนิน ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดมวยไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งตรงความมันระดับตำนานจากเวทีมวยแห่งแรกของโลก สู่จอสมาร์ทโฟนและทีวี ชมสดครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์ แบบ Full HD ยกระดับมวยไทย ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่และแฟนมวยทั่วประเทศ ให้รับชมผ่าน AIS PLAY ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็น
16นักชกจาก16จังหวัด ขึ้นชิงมวยสากล'ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก' ที่เวทีมวยเวิร์ดสยาม
16 ขุนพลกำปั้นในพิกัด 115 ปอนด์จาก 16 จังหวัดสุดคึกพร้อมลุยชิงเข็มขัด"มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมเปี้ยนโลก" โดยมีคุณพรจิรา โนนุช ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารวันก่อเกียรติ เป็นประธานเปิดตัว ร่วมด้วย"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกยอดเยี่ยม 3 สถาบัน และนายสรวีร์ ฤทธิชัย กรรมการบริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ที่เวทีมวยเวิร์ดสยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา กรุงเทพฯ

