เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายชัยธัช เพราะสุนทร ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา ได้เปิดการประชุมวาระสำคัญเพื่อพิจารณาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการสนามกีฬาที่ถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ซึ่งกำลังประสบปัญหาวิกฤตเชิงโครงสร้างอย่างหนัก หลายแห่งถูกปล่อยปละละเลยจนรกร้าง กลายเป็นแหล่งมั่วสุม หรือชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม ส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินที่ลงทุนไปมหาศาลไม่เกิดความคุ้มค่า โดยที่ประชุมได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จเข้าชี้แจงเพื่อหาทางออกร่วมกัน
จากการชี้แจงของ นายฉัตรชัย โอนอ่อน ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมีสนามกีฬาที่ถ่ายโอนภารกิจไปยัง อปท. แล้วทั้งสิ้น 62 แห่ง แม้ในภาพรวมส่วนใหญ่จะยังใช้งานได้ปกติในฐานะสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลประจำจังหวัดหรือพื้นที่ออกกำลังกายของประชาชน แต่กลับมี "จุดบอด" ที่สะท้อนความล้มเหลวในการซ่อมบำรุงอย่างชัดเจน เช่น สนามกีฬาจังหวัดยโสธร ที่ลู่วิ่งยางมะตอยกลายเป็นแหล่งสะสมตะไคร่น้ำจนลื่นเป็นอันตราย และสนามกีฬา อบจ.นครพนม ที่ผิวยางลู่วิ่งแตกร้าวพังทลายจนต้องปิดสนามระงับการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนถึงการขาดงบประมาณต่อเนื่องและความละเลยในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
ขณะที่ นายสมเกียรติ บุตรแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการกระจายอำนาจฯ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ระบุถึงสาเหตุหลักของการทิ้งร้างบางแห่งถูกก่อสร้างในพื้นที่ทับซ้อน เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ หรือในสถานศึกษาที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์และใบอนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อ อปท. จะรับโอนภารกิจจึงเกิดภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินเข้าไปซ่อมแซมได้ เพราะเกรงกลัวความผิดจากการใช้งบประมาณในพื้นที่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสูญเสียที่ไม่สามารถแตะต้องได้
ด้านดร.ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี จ.ปทุมธานี ได้สะท้อนภาพจริงของปัญหา นโยบายขาดตอนที่เกิดจากการสลับขั้วอำนาจในท้องถิ่น เมื่อผู้บริหารคนใหม่เข้ามารับตำแหน่งมักไม่สานต่อโครงการสนามกีฬาที่ริเริ่มโดยผู้บริหารคนเก่า เนื่องจากมองว่าไม่ใช่ผลงานของตนเอง หรือมีทัศนคติที่มุ่งเน้นเฉพาะโครงการใหม่เพื่อสร้างคะแนนเสียง อย่างไรก็ตาม เทศบาลเมืองบางกะดีได้พิสูจน์ให้เห็นว่าท้องถิ่นขนาดเล็กก็ทำได้ ผ่านการบริหารจัดการพื้นที่กว่า 36 ไร่ให้กลายเป็นศูนย์กีฬากระแสหลักที่มีทั้งสนามหญ้าเทียมและโรงยิมติดแอร์ โดยใช้กลยุทธ์การประมูลงานและก่อสร้างเองเกือบทั้งหมดเพื่อตัดวงจร เงินทอนและนำเงินสะสมของท้องถิ่นกลับมาหมุนเวียนดูแลรักษาโดยไม่ต้องรอเพียงงบอุดหนุนจากส่วนกลาง
นายจำลอง อนันตสุข รองประธานคณะอนุกรรมการฯ ที่ส่งสัญญาณเตือนไปยัง สตง. ให้ยกระดับการตรวจสอบความคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงแค่ตรวจสอบว่าสร้างเสร็จตามงบประมาณหรือไม่ แต่ต้องดูว่าประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือไม่ หากประเมินแล้วไม่คุ้มค่าหรือมีแนวโน้มจะถูกทิ้งร้างในอนาคต สตง. ควรมีบทบาทในการคัดค้านตั้งแต่ต้น พร้อมเสนอให้การออกแบบสนามกีฬาในประเทศไทยเปลี่ยนแนวคิดจากการสร้าง สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มาเป็นการสร้างพื้นที่สุขภาวะในชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งอาศัย มีงบประมาณการดูแลที่ยั่งยืน และเป็นรากฐานในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่แข็งแรงให้กับประเทศ ดีกว่าปล่อยให้สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นผุพังไปตามกาลเวลาซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายงบประมาณของแผ่นดินอย่างยิ่ง