ดร.ณัฏฐ์ เตือนประชามติแรก ซ่อนกับดักรัฐธรรมนูญแก้ยาก

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ หยั่งเสียง “ประชามติ” รอบแรก  พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ยกข้อดี-ข้อเสีย แต่ปกปิดกับดักหลุมพราง รธน.ฉบับแก้ยาก

7 กุมภาพันธ์ 2569 - สืบเนื่อง กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งและจัดให้ปราชนออกเสียงประชามติในการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันพรุ่งนี้ ทำให้ประชนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบแต่ไม่ได้กางแนวทางว่ามีกับดักหลุมพรางอย่างไรนั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ความศิวิไลซ์ของบ้านเมืองที่คณะราษฎรต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบใหม่ ต้องการให้มี “ระบบรัฐสภา” และ “รัฐธรรมนูญ” ที่ใช้ในการปกครองประเทศ

อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย ระบุในมาตรา 1 แห่ง พรบ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2475 เป็นจุดเริ่มต้นให้ประชาชนปกครองกันเองโดยประชาชนเพื่อประชาชน

นิติความสัมพันธ์การใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนในการสถานปนารัฐธรรมนูญ เป็นกติกาสูงสุดของประเทศ ผ่านการออกแบบร่วมกัน เป็นประชาธิปไตยโดยตรงในการออกเสียงประชามติ เป็นฉันทามติร่วมกันในการใช้ระบบนิติรัฐในการปกครองประเทศ

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ประชาชนใช้อำนาจอธิปไตยทางตรงและทางอ้อมพร้อมกันในวันเลือกตั้งใหญ่ของประเทศ แม้จะอ้างเหตุผลประหยัดงบประมาณ แต่ข้อเท็จจริง ประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้ง ในการประชาสัมพันธ์ของ กกต.ไม่ทั่วถึง จึงเกิดคำถามว่า จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ทำให้เกิดช่องให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร นำไปรณรงค์หาเสียงในบัตรสีเหลือง  พ่วงบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพู เป็นโปรโมชั่นของแถม

ข้อกฎหมาย พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568มาตรา 13 การชี้ขาดในการออกเสียงประชามติ ใช้ระบบชั้นเดียว เสียงข้างมาก

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ในการจัดทำประชามติ ทั้ง 3 ครั้ง ให้ถือเสียงข้างมาก แต่ในการหยั่งเสียงครั้งแรก ประชามติครั้งที่ 1 จะต้องผ่านฉันทามติของประชาชนโดยเสียงข้างมาก เป็นอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญร่วมกัน แต่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน

พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร แสดงตนชัดเจนว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในการรณรงค์หาเสียง

แต่จุดอ่อน เพียงแต่บอกกับประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยหลายคนยกข้อดีและข้อเสียประกอบการตัดสินใจ โดยอ้างเหตุผลร้อยแปด

แต่กระบวนการหลายขั้นตอน แต่นักการเมืองเหล่านั้น ไม่ได้บอกถึงกระบวนการที่ยังมีหลุมพราง กับดักที่รัฐธรรมนูญแก้ยาก โดยแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องกระทำร่วมสองสภาและในการแก้ไขรายมาตรา 256(8) และเพิ่มหมวด 15/1 หลุมพรางอยู่ที่ เสียงสนับสนุนของ สว.หนึ่งในสาม

ทั้ง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ระบุชัด  จะต้องจัดทำประชามติถึงสามครั้ง

โอกาสจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับในฝัน รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โอกาสเกิดขึ้นยากและแทบไม่มี

ด่านสกัด แก้ยาก อยู่ตรง “สว.สีน้ำเงิน” ในกลุ่มอนุรักษ์นิยม เพราะกับดักสองชั้น จะต้องกระทำร่วมสองสภา มาตรา 156(15) และต้องมีเสียงสนับสนุน เสียง สว.หนึ่งในสาม ในวาระ 1 มาตรา 256 (3) และวาระ 3 ขั้นสุดท้าย มาตรา 256 (6)

สว. 1 ใน 3 ของจำนวนเท่าที่มีอยู่ หรือจำนวน 67 คน  โดยเสียงข้างมาก อยู่ฝั่งสีน้ำเงินและถูก กกต.แจ้งข้อกล่าวหา “คดีฮั้ว สว.” หาก สว.น้ำเงิน ยังไม่ถูกเสร็จสิ้นกระบวนการ พิสูจน์ตนเอง ทำให้มีอำนาจในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

หากย้อนดู สว.สำรอง ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เสียบแทน หาก สว.น้ำเงิน ถูกศาลฎีกาสอยยกกระบิให้ตกเก้าอี้ ยังไม่ชัดเจนว่า เมื่อเข้ามามีอำนาจแล้ว จะเอาด้วยหรือไม่

การหยั่งเสียงออกเสียงประชามติครั้งแรก อาจเสียงบประมาณ 3,000 ล้านฟรี แต่ในแง่การเมือง ประชาชนเจ้าของอำนาจตื่นเต้นกับครั้งแรกประวัติศาสตราการเมืองไทย ที่ใช้อำนาจประชาธิปไตยทางตรงและทางอ้อมพร้อมกัน แต่ไม่มีใครพูดถึงสุดท้ายแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับในฝันจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะอุปสรรคแก้รัฐธรรมนูญ อยู่ที่ เสียงสนับสนุนของ “สว.” เท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สสร. ปี 50' แถลงการณ์บี้ กกต. เร่งสรุปคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกา

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2550 ออกแถลงการณ์ถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ

'กมธ.สร้างเสริมสันติสุข' โต้ลักไก่ซุกนิรโทษ 'คดีฮั้ว สว.' ให้ดูบัญชีแนบท้าย

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … วุฒิสภา

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.

ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ

สว. บี้ 'ผู้ว่า สตง.' แจกแจงให้ละเอียด ตรวจพบความเสียหายรัฐ เรียกคืนเงินแผ่นดินได้เท่าไหร่

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องที่เสนอใหม่รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ 2568