
‘อรรถวิชช์’ ท้วง กกต.กทม.แบ่งเขตเลือกตั้งแบบที่ 1,2 ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. รวมตำบลเป็นเขตเลือกตั้งไม่ได้ พบเกือบทุกเขตเลือกตั้ง มีการระเบิดเขตแยกแขวงมารวมเขตใหม่
12 มี.ค. 2566 – นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร 4 รูปแบบ ที่กำลังจะหมดเขตรับฟังความเห็นประชาชนวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของ กกต. ภายในสัปดาห์นี้ โดยการแบ่งเขตที่ กกต.กทม. นำเสนอมา 4 รูปแบบ พบว่ารูปแบบที่ 1 และ 2 เข้าข่ายผิดกฎหมาย ขัดมาตรา 27 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ “ให้รวมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง” และ “การเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน” เป็นเรื่องหลักในการแบ่งเขต แต่การแบ่งเขตรูปแบบที่ 1 และ 2 กลับใช้วิธีรวมตำบล(แขวง) ต่างๆ มาประกอบเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ โดยเขตเลือกตั้ง กทม. ทั้งหมด 33 เขต รูปแบบที่ 1 มีการแบ่งแขวงต่างๆ มาเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ถึง 27 เขต รูปแบบที่ 2 มีการรวมแขวงต่างๆ มาเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ถึง 30 เขต และรูปแบบที่ 1 มีเขตที่เคยเป็นเขตเลือกตั้งมาก่อนเพียง 4 เขต รูปแบบที่ 2 มีเขตที่เคยเป็นเขตเลือกตั้งเพียง 2 เขตเท่านั้น
นายอรรถวิชช์ ยังยกตัวอย่างเขตจตุจักร การแบ่งเขตเลือกตั้งรูปแบบที่ 3 และ 4 กำหนดให้เขตจตุจักรทั้งเขตเป็นเขตเลือกตั้ง ซึ่งสอดคล้องทั้งหลักการรวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง และหลักการเคยเป็นเขตเลือกตั้งมาก่อนเหมือนการเลือกตั้งปี 2554 และ 2557 ค่าเฉลี่ยจำนวนประชาชนก็มีส่วนต่างไม่ถึง 10% แต่รูปแบบที่ 1 และ 2 กลับแยกร่างเขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตบางเขน โดยแยกเอาเฉพาะแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคมของเขตจตุจักร ไปรวมกับแขวงท่าแร้งของเขตบางเขน และแขวงตลาดบางเขนของเขตหลักสี่ มารวมเป็นเขตใหม่ เกิดความวุ่นวายสับสน และเป็นแบบนี้เกือบทุกเขตเลือกตั้ง
“การแบ่งเขตรูปแบบที่ 1 และ 2 นอกจากผิดกฎหมายชัดเจนแล้ว ยังสร้างความสับสนให้ประชาชนที่คุ้นเคยกับเขตเลือกตั้งเดิม เขาไม่ได้เลือกผู้แทนของเขตเลือกตั้งเดิมเคยทำงานในพื้นที่มา ขณะที่รูปแบบที่ 3 และ 4 เป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับกฎหมายมากที่สุด เพราะมีเขตเลือกตั้งที่ถูกแยกเขวงเพียง 8 เขต โดยเฉพาะรูปแบบที่ 3 มีเขตที่เคยเป็นเขตเลือกตั้งเดิมที่คุ้นเคยมาก่อนถึง 17 เขตเลือกตั้ง” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การรวมแขวงจากเขตต่างๆ มาเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ เป็นหลักการพิศดาร นอกจากไม่สอดคล้องกับกฎหมายแล้ว ยังพบรูปร่างของเขตที่พยายามคดเข้าไปรวมบางแขวงที่ไม่เข้ากัน มีรูปร่างประหลาด ซึ่งหลักวิชาการเรียกการแบ่งเขตที่รูปร่างคล้ายตัว Salamander เป็นการแบ่งเขตเพื่อความได้เปรียบ – เสียเปรียบ แบ่งเขตเพื่อกำหนดผลการเลือกตั้งไว้แล้ว ที่เรียกว่า Gerrymandering ซึ่งรูปแบบที่ 1 และ 2 เข้าใจว่า กกต.กทม. พยายามยึดระเบียบ กกต. ที่กำหนดให้ส่วนต่างระหว่างจำนวนราษฎรต่อ ส.ส. ไม่ควรเกินร้อยละ 10 แต่หลักการนี้เป็นเพียงระเบียบเท่านั้น ซึ่งมีสถานะต่ำกว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่กำหนดให้ยึดหลักการรวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง และการเคยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน จึงขอให้ กกต. ที่กำลังจะพิจารณาเคาะเขต ยึดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการเลือกตั้งในภายหลัก หากตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จะกระทบต่อการเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมชัย' เย้ยกกต.เมาหมัด ท้าอย่าถอนแจ้งความ โวเป็นโอกาสเรียกพยานหลักฐานทุกอย่าง
'สมชัย' เย้ยกกต.เมาหมัด ท้าอย่าถอนแจ้งความ โวการขึ้นศาลเป็นโอกาสใช้อำนาจศาลเรียกพยานหลักฐานทุกอย่างที่กกต.ไม่เปิดเผย ที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอื่น ๆ อีก
คณบดีนิติฯม.อ. ชี้การเลือกตั้งขัดหลักการโดยลับ แต่ไม่ควรเป็นโมฆะ ต้องดำเนินคดีกับกกต.
ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ว่าด้วยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีเนื้อหาดังนี้
'สมชัย' ฟาด กกต.อย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จะไม่ใช่แค่กระสุนตก แต่จะเป็นเป้าหย่อนไข่ของ F16
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความน่าเชื่อถือของ กกต. อยู่ที่ 3 อย่าง คือ พูดความจริง แม่นยำในหลักการ และ ใช้เหตุผลในการชี้แจงไม่เถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ
'สุวัจน์' หวนคืนชื่อเดิม 'พรรคชาติพัฒนา' แต่งตั้ง สส.แจ้ เป็นรองหัวหน้าพรรค
พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ,
‘สุวัจน์’ ชี้เปรี้ยง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก ‘เศรษฐา’
8 ม.ค.2567 - ที่จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการมองการเมืองปีมังกรทอง 2567 ว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมาการเมืองถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีที่สภาให้ความเห็นชอบงบประมาณสำหรับปี 2567 จำนวน 3.48
'สุวัจน์' แนะนายกฯโฟกัสหารายได้เพิ่มให้ประเทศ ใช้ประสบการณ์ทางธุรกิจผลักดันผลงาน
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ประเมินผลการทำงานของรัฐบาล 3 เดือนว่า รัฐบาลพยายามทำงานในสิ่งที่สัญญากับประชาชนไว้ตอนเลือกตั้ง โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า เช่น เศรษฐกิจระยะสั้น การตรึงราคาค่าไฟ ค่าน้ำมัน หนี้นอกและในระบบเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ดี

