17 มี.ค.2566 - นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เป็นประธานประชุมคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคอีสานพรรครวมไทยสร้างชาติชุดสุดท้าย 17 คนซึ่งในภาครวมทั้งภาคถือว่าครบทุกจังหวัดแล้ว พร้อมเตรียมแถลงเปิดตัวผู้สมัครว่าที่ส.ส.อีสานทั้งหมดในวันที่ 24 มีนาคม
นายวิทยา กล่าวภายหลังประชุมว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีการประชุมผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานชุดสุดท้ายจำนวน 17 คน เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งถือได้ว่าขณะนี้พรรคได้ทำการสัมมนาผู้สมัครในภาคอีสานครบแล้วทั้ง 133 คนหลัง จากนี้ทุกคนจะลงพื้นที่นำนโยบายของพรรคไปชี้แจงให้กับประชาชน ทั้งนโยบายที่ได้เปิดรายละเอียดมาบ้างแล้ว และที่จะทยอยเปิดออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าพรรคมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการสู้ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้
นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับจุดเด่นของผู้สมัครภาคอีสานของพรรคนั้น คิดว่าทุกคนเป็นคนที่มีความตั้งใจทางการเมือง อาจจะไม่ใช่คนที่ย้ายพรรคมา หรือเป็นคนที่มีคะแนนโดดเด่น หรือเป็นอดีต ส.ส.แต่ทุกคนมีไฟในการเข้าไปทำงาน หลายคนเคยเป็น ส.ส.มาก่อนแต่ออกมาจากพรรคการเมืองอื่นเพราะว่าไม่ชอบใจในทิศทางทางการเมืองของพรรคนั้นๆ หรือต้องการที่จะลงสมัคร ส.ส.เขตมากกว่าการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ตัดสินใจมาร่วมทำงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเชื่อว่าพรรคมีว่าที่ผู้สมัคส.ส. ที่โดดเด่นไม่น้อยหน้าพรรคอื่นๆ ตามที่มีเสียงปรามาสอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ขอให้ตามดูกันไป เพราะจากการที่ตนได้สัมผัสและเสวนากับว่าที่ผู้สมัครทุกคนไม่มีใครกลัวกับคำว่า “แลนด์สไลด์” ทุกคนคิดว่านโยบายของพรรค เป็นนโยบายที่โดนใจชาวบ้านมากที่สุด และวันนี้กระแสตอบรับในตัวนายกฯ ประยุทธ์ มาแรงมาก คนที่พูดอยู่บนเวทีข้างบนก็พูดได้เพราะไม่ได้ลงไปสัมผัสกับชาวบ้านจริงๆ แต่หากได้ลงไปใกล้ชิดก็จะรับรู้ได้ว่าวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชนบทฐานรากแล้วจริงๆ
"โดยเฉพาะ บัตรลุงตู่ ที่คนอีสานพูดกันทั่วไปว่าวันนี้ อาหารพื้นฐานในชีวิตประจำวันที่ทำให้อุ่นใจว่าอย่างไรก็ไม่อด ทั้ง น้ำปลา กะปิ บะหมี่สำเร็จรูป ข้าวสาร อาหารแห้ง หรือกับข้าวต่างๆ เต็มตู้ในสมัยลุงตู่ อย่างไม่เคยมีมาก่อน แล้ววันนี้ก็ยังพัฒนานโยบายด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก นายกฯประยุทธ์ และถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติได้กลับมาเป็นรัฐบาล บัตรประชารัฐก็ยังอยู่ต่อ และจะเพิ่มเงินเป็น 1,000 บาท"
นอกจากนี้ ยังจะมีการเพิ่มสิทธิของบัตรเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินฉุกเฉินให้กับประชาชนในชนบทที่ทำให้ต้องกลายเป็นหนี้นอกระบบ โดยจะสามารถนำบัตรนี้เป็นหลักประกันในการกู้เงินกับธนาคารของรัฐได้ 10,000 บาท และคนที่จะผ่อนให้ก็คือรัฐบาลที่จะหักหนี้ให้กับธนาคารครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
“ถามว่าเป็นประชานิยมหรือเปล่า ผมคิดว่าไม่ใช่ วันนี้เรากำลังตอบโจทย์ว่า 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านทำให้บ้านเมืองเข้มแข็ง จากบ้านเมืองที่อ่อนแอ เป็นหนี้เป็นสิน แม้จะเป็นการกู้ก็จริงแต่เรามีความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจขึ้นแล้ว และพอที่จะเริ่มให้รัฐสวัสดิการกับประชาชนได้” นายวิทยา กล่าว
รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคยังได้รับเสียงจากประชาชนขอให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินที่เกิดจากกับดักกองทุนหมู่บ้านมานาน 20 กว่าปี กู้ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะหลุดพ้น เปรียบเสมือนหนี้บาปของกองทุนหมู่บ้านที่ทิ้งไว้ ซึ่งพรรคกำลังหาวิธีการแก้หนี้นี้ให้กับประชาชนและเรามีวิธีการ ที่เคยบอกว่าชอบอดีตนายกฯ ที่ให้หมู่บ้านละล้านแต่ตอนนี้คำตอบอยู่ที่ชนบทประชาชนแล้วว่าบทสรุปคืออะไร
“ตอนนี้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทุกคน ได้ลงพื้นที่กันอย่างเต็มที่แล้ว และทุกคนไม่คิดว่าเป็นรองใคร ใครที่บอกว่าแลนด์สไลด์ ก็รอดูกันว่าใครจะแลนด์สไลด์กันแน่ เพราะผู้สมัคร ของเราเดินอยู่กับชาวบ้านไม่ได้แค่ลอยอยู่บนอากาศ” นายวิทยากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
โฉมแรก รัฐบาลหน้า | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
'ธนกร' ชี้ผู้นำพรรคตัวชี้ขาดเลือกตั้ง หนุนภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งว่า แม้วันนี้อาจจะมีบางฝ่ายออกมาประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กระแสจะกลายเป็นตัวชี้ขาด แต่เท่าที่ตนมอ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง

