หลานแม่เลี้ยงติ๊ก 'ชนกนันท์' ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ รทสช. ลั่นสู้ไม่ถอยชนเพื่อไทย

หลานแม่เลี้ยงติ๊ก“ชนกนันท์ ศุภศิริ” ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 เบอร์ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศสู้ไม่ถอยแม้ต้องชนกับพรรคเพื่อไทย ยันใช้ความสดเป็นคนรุ่นใหม่สู้ บวกกับกระแส “ลุงตู่” ดีวันดีคืน ลั่นรู้ปัญหาชาวบ้านจริงเลือกไปไม่ผิดหวัง เพราะเป็นตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ไม่เคยทิ้งพื้นที่

11 เม.ย.2566 - น.ส.ชนกนันท์ ศุภศิริ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 อ.เมือง อ.สูงเม่น เบอร์ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงพบว่า ประชาชนให้การตอบรับพรรครวมไทยสร้างชาติดีวันดีคืน แม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ และตนก็เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่เป็นหน้าเก่าในพื้นที่ เนื่องจากมีพ่อเป็นอดีตส.จ.แพร่ เป็นหลาน“แม่เลี้ยงติ๊ก” นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตส.ส.แพร่หลายสมัย ได้ลงพื้นที่สัมผัสกับชาวบ้านร่วมกับพ่อและแม่เลี้ยงติ๊กมาตลอด จึงรับรู้ปัญหาว่าชาวบ้านต้องการอะไร จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการลงพื้นที่เพราะคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอย่างดี

น.ส.ชนกนันท์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมมานาน พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคใหม่ แต่แม่เลี้ยงติ๊กทำพื้นที่มาตลอดแม้จะไม่ได้เป็นส.ส. แต่สามารถประสานงานนำงบมาพัฒนาจังหวัดได้มีผลงานที่ชาวบ้านรับรู้ เลยไม่มีปัญหาในการลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ก็ไม่ได้ประมาทว่าเป็นตระกูลนักการเมืองในจังหวัดแล้วไม่ทำอะไร ด้วยเหตุนี้จึงไม่เคยทิ้งพื้นที่

สำหรับ ปัญหาหลักของชาวบ้านในพื้นที่คือ ภัยแล้งและปัญหาที่ดินทำกินชาวบ้านต้องการน้ำกินน้ำใช้ ที่ผ่านมาได้ประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อเจาะน้ำประปาเพื่อการเกษตร หาน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค ส่วนหน้าแล้งก็ขุดลอกคูคลองเพื่อเตรียมไว้สำหรับหน้าแล้ง

นอกจากนั้น สิ่งที่ตั้งใจอยากทำคือ จะเข้าไปต่อสู้เรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านหลายร้อยคนของตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ที่ย้ายลงมาจากบนภูเขาเพราะราชการขอให้ย้ายเพื่อนำพื้นที่ไปสร้างอ่างเก็บน้ำ เมื่อชาวบ้านอพยพลงมาอยู่ข้างล่างตามที่ราชการเรียกร้องและรับปากจะออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ ตนจึงอยากเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุดนี้ และตรงกับนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ

“ตัวผู้สมัครพรรคเก่าที่เคยเป็นอดีตส.ส.ไม่หนักใจ เพราะเขาห่างหายพื้นที่ไปนานแทบไม่ลงพื้นที่เลย แต่หนักใจที่ชาวบ้านยังติดภาพพรรคเก่า แต่ก็ได้พยายามบอกชาวบ้านว่า การเป็นนักการเมืองจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องอยู่พรรคใดพรรคหนึ่งตลอดไป คนที่ทำงานเพื่อชาวบ้านอยู่พรรคไหนก็ได้ ขอให้ลงพื้นที่และช่วยเหลือชาวบ้านได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าใจไม่ยึดติดกับพรรคแล้ว ขณะที่ลุงตู่ชาวบ้านยังชอบเพราะมีผลงานและทำให้บ้านเมืองสงบช่วงที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี”น.ส.ชนกนันท์กล่าว

สำหรับ สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ การซื้อเสียงเพราะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ตนใช้ผลงานและการพัฒนาจังหวัดเข้าสู้ ดังนั้นการลงเลือกตั้งครั้งนี้ก็หวัง ว่าประชาชนจะให้การสนับสนุน แต่ก็ไม่ประมาท จังหวัดแพร่พัฒนาช้าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การมาลงการเมืองครั้งนี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจึงเข้ามาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อจะนำเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆปรับเข้ากับยุคสมัยมาใช้ในการพัฒนาจังหวัดแพร่รวมถึง อยากจะเข้าไปแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของชาวบ้าน และถือเป็นนโยบายของพรรคด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน

กกต. เปิดให้คนกรุง-พัทยา แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถึง 5 ก.ค.

สำนักงาน กกต. เปิดให้คนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.-นายกพัทยา-สม. แจ้งเหตุผลตั้งแต่วันนี้ถึง 5 ก.ค. เตือนไม่แจงโดนจำกัดสิทธิ 2 ปี

'พท.' ยินดี 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยสอง พร้อมจับมือทำงานร่วมกัน

'จุลพันธ์' ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน รวมถึงผู้สมัครเพื่อไทยเข้าวิน สก. 4 เขต