
17 เม.ย.2566-ที่ตลาดวงเวียนใหญ่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรค ปชป. ร่วมกันรณรงค์หาเสียงให้กับ น.ส. ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 24 เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 11 โดยเริ่มที่สักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน เนื่องในโอกาสครบรอบวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 17 เมษายน ของทุกปี ก่อนเดินทักทายประขาชน
นายจุรินทร์ กล่าวถึงกลยุทธ์ในการหาเสียงว่า ประชาธิปัตย์เดินหน้าทุกวันด้วย 3 ทัพ ทั้งทัพหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ต่างมาช่วยกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปัตย์สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความตั้งใจจริงและรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และถือโอกาสขอบคุณอดีตหัวหน้าพรรคทั้ง 3คน
สำหรับในกรุงเทพมหานคร ที่แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้วประชาธิปัตย์ไม่มีที่นั่ง ส.ส. เลย แต่พวกเราไม่เคยทิ้งพื้นที่ ทั้งกรรมการบริหารพรรค ตัวแทน และผู้สมัครของพรรค ต่างลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคะแนนสะสมที่เชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ เห็นประชาธิปัตย์อยู่ในสายตามาตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม และประชาธิปัตย์เราก็ไม่เคยลืม ไม่เคยทิ้งชาว กทม. แม้เราไม่มีผู้แทนเลย เชื่อว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึงจะให้โอกาสประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 มากขึ้น
ถามว่าจะมีวิธีใดรับมือกับกระแสทางการเมือง นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 ด้าน ตนอยากให้ชาว กทม. ได้พิจารณาว่าพรรคการเมืองใด และผู้สมัครของพรรคการเมืองใด มีความจริงใจกับชาวกรุงเทพฯ ซึ่งเรื่องนี้ประชาธิปัตย์ไม่แพ้ใคร พวกเราทำงานอย่างต่อเนื่องมาตลอด 4 ปีเต็ม โดยเฉพาะช่วงโควิด ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหนึ่งในไม่กี่พรรคที่มีศูนย์ ศปฉ. ปชป. เพื่อช่วยจัดหาเตียง ได้ถึง 5-6 พันเตียง และยังมีข้าวกล่องดีลิเวอรี่ ส่งตรงถึงบ้านยามประเทศล็อคดาวน์ รวมถึงถุงน้ำใจ ปชป. ที่ทำมาต่อเนื่อง ซึ่งพรรคจะมีการจัดปราศรัยใหญ่ในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 3 ครั้ง โดยการปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นบริเวณวงเวียนใหญ่ ในวันที่ 23 เม.ย.นี้
“ประชาธิปัตย์ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ทางรอดของประเทศถัดจากนี้ ต้องเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเท่านั้น ถ้าครึ่งใบอยู่อย่างนี้ก็จะเจอแรงเสียดทานไม่มีทางจบสิ้น และเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นประชาธิปไตยเต็มใบจะเป็นทิศทางชัดเจนที่จะพาประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นประชาธิปไตยไม่โกงด้วย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน
“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ
กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม
กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ
ปชป.จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
“ประชาธิปัตย์” ชี้ราคาน้ำมันโลกลงแต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เพราะกบน.หั่นชดเชยกองทุน ย้ำลดราคาโรงกลั่นไม่พอ ต้องลดภาษีสรรพสามิตทันที พร้อมถามรัฐบาล ทำไมไม่ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสกว่า 5 หมื่นล้านมาช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ
ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’
“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้
'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี
นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่
ปชป. เรียกร้องนายกฯ ใช้ความกล้ายกเลิกประมูลเรือฟริเกต
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ

