
8 พ.ค.2566- เวลา 17. 30 น. พรรคพลังประชารัฐ เปิดปราศรัยใหญ่ ณ ลานอเนกประสงค์ หน้าธนาคารออมสิน อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประขารัฐ ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค,ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ในฐานะผู้ดูแลกำกับการเลือกตั้งพื้นที่ กทม.,ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งในภาคเหนือ ,นายวราเทพ รัตนากร คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ทั้ง 5 เขตของจังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย นาย อดุลวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ หมายเลข 11 เขต 1 นาย ศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ หมายเลข 4 เขต 2 นาย หัสนัยน์ สอนสิทธิ์ หมายเลข 7 เขต 3 นาย อัศวิน นิลเต่า หมายเลข 7 เขต 4 นาย เอกพงษ์ กุลเจริญ หมายเลข 1 เขต 5 โดยมีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยรวมกว่า 5,000 คน พร้อมตะโกนเลือกเบอร์ 37
โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐพร้อมจะรับใช้ชาวจังหวัดพิษณุโลก เราเลือกคนดีและคนเก่งมาเป็นผู้แทนของประชาชน จึงขอให้เลือกผู้สมัครของพลังประชารัฐทั้ง 5เขต และเลือกพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 37 บัตรสีเขียว วันนี้ตนอยากให้คนไทยรักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และความยากจนไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครทั้ง 5 คนที่ยืนอยู่ตรงนี้
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พลังประชารัฐได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมาย ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน วงเงินประกันชีวิตอีก 2 แสนบาท ลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าลงในทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินลง 18 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลลด 6.30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำทันทีที่พลังประชารัฐได้เข้ามาเป็นรัฐบาล
“เราจะแก้ปัญหาให้เกษตรกรทั้ง 8 ล้านครอบครัว มีเกษตรกร 8 ล้านครอบครัวซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เราจะเติมเงินให้ครอบครัวละ 30,000 บาท ส่วนเรื่องน้ำ มีเราไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน และนโยบายเรื่องที่ดิน คือ มีเรามีที่ทำกิน มีที่ดินไม่มีจน เราต้องการทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ประชาชนมีความยากจน ให้ประชาชนหายจน ถ้ามีพรรคพลังประชารัฐ จะไม่มีคนจนในประเทศ เรายืนยันว่าจะทำให้ประชาชน 20 ล้านคน หายจากความยากจนจากการดำเนินการของพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นขอฝากให้ชาวพิษณุโลกทุกคนเลือกผู้สมัครทั้ง 5 เขตของเราในบัตรสีม่วงและบัตรสีเขียวเลือกพรรคพลังประชารัฐหมายเลข 37 ด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า อาชีพหลักของชาวพิษณุโลก ก็คือการทำเกษตรกร อย่างเช่นการทำนา ปลูกข้าว เรื่องน้ำ ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะถ้ามี พปชร.ก็จะไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน โดยพรรคเราจะสานต่อนโยบายการบริหารจัดการน้ำ เติมน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งน้ำสำรอง และแหล่งน้ำทางเลือก แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมซ้ำซาก จัดทำผังน้ำชุมชน จัดระเบียบทางน้ำทั่วประเทศ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ และยังมีในส่วนส่วนนโยบายจัดที่ดินทำกิน จะสานต่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย และที่ทำกินด้วยการปฏิรูประบบที่ดิน คืนที่ทำกินให้ประชาชน โดย เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกประเภท เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด จัดที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คนไร้ที่ทำกินกว่า 2 ล้านราย
“นโยบายเหล่านี้ พล.อ.ประวิตร ทำมาตลอด 4 ปี และเราจะเข้าไปพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติและประชาชน ซึ่งถ้าทุกคนอยากได้วันที่ 14 พ.ค.นี้ ขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐ บัตรเขียว เบอร์ 37 เลือกให้ลุงป้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเราจะมาก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน”
ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า ภูมิศาสตร์ที่ตั้งของจังหวัดพิษณุโลกถือว่าเป็นทำเลทองแต่วันนี้ต้องการคนที่จะเข้ามาพัฒนาและแก้ไขปัญหา และตอนนี้อนาคตของพิษณุโลกอยู่ในมือของพี่น้องประชาชนโดยทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ถือว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพราะพลเอกประวิตร เป็นผู้มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน และเรื่องน้ำ ถ้าพี่น้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ลุงป้อมเป็นคนที่ทำได้แน่นอน
“การเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องเลือกให้ดี ถ้าเลือกไม่ดีมีโอกาสที่จะกลับไปทำให้พี่น้องลำบาก แต่ถ้าเลือกให้ดีพี่น้องมีโอกาสสบาย นโยบายสั้นๆ ที่ผมอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ คือเรื่องของบัตรประชารัฐ ที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว นโยบายของผู้สูงวัย และนโยบายอีกหลายๆอย่างที่สำคัญ ที่เกี่ยวกับพี่น้องชาวพิษณุโลก รวมถึงเรื่องของที่ดินที่ทำกิน พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าจะมีการดำเนินงานเรื่องเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งน้ำจะไม่มีอย่างแน่นอน.



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิดล้อมหมู่บ้านชินลาภ ยึดไอซ์ 380 กิโล เร่งล่าตัวแก๊งค้ายา
นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก มอบหมายให้ นายวัฒนา สุราษฏร์มณี ปลัดอำเภอ นางสาวกนกกาญจน์ ทองรัก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข ชรบ. หมู่ที่ 9 ตำบลสมอแข
ฝุ่นพิษณุโลกวิกฤตต่อเนื่อง PM2.5 เกินร้อยร่วม 2 สัปดาห์
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จังหวัดพิษณุโลกยังน่าห่วง หลังค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องร่วม 2 สัปดาห์ นับจากช่วงหลังสงกรานต์ เช้านี้วัดได้ 117 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้ง หลายคนสวมหน้ากากออกกำลังกายและทำบุญ ขณะจุดความร้อนยังพบมากในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน
น้ำมันแพง ล้งไม่มารับซื้อ ชาวสวนประกาศขายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กก.ละ 2 บาท ดีกว่าปล่อยหล่นจากต้น
ปัญหามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่ จ.พิษณุโลก กำลังประสบปัญหาราคาตก โดยเฉพาะที่ อ.วัดโบสถ์ ซึ่งมีเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กระจายตามตำบลต่างๆ กันจำนวนมาก ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบ ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตกต่ำ
สลด! พบแล้วร่างเด็กชายวัย 14 ปี จมน้ำน่าน หลังค้นหาข้ามคืน
สลดส่งท้ายสงกรานต์พบร่าง น้องปาล์ม เด็กชายวัย 14 ปี จมน้ำน่าน หลังค้นหาข้ามคืน จนกระทั่งมาพบศพในที่สุด
ผนึกเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไทย เร่งระบายมะม่วงGIพิษณุโลก
สกจ.พิษณุโลกผนึกเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไทยเร่งระบายมะม่วงจีไอ(GI) ออกนอกแหล่งผลิตช่วยเกษตรกร พร้อมเพิ่มช่องทางออนไลน์จำหน่ายผลผลิตเพิ่ม ชาวสวนมะม่วงโอดปีนี้ราคาต่ำสิบ แต่โชคดีที่สหกรณ์ช่วยจัดการด้านตลาด นางพิชญ์สิณี สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกมะม่วงรวม 89,674 ไร่ เกษตรกรชาวสวนมะม่วง จำนวน 7,227 ราย กระจายปลูกในพื้นที่ 9 อำเภอ พบปลูกมากที่สุด
กองทัพภาคที่ 3 มียอดสมัครใจเป็นทหาร พุ่ง 70-80% มีแรงจูงใจด้านสวัสดิการ-โอกาสในอาชีพ
แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจการคัดเลือกทหารเกณฑ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เผยยอดการสมัครเป็นทหารปีนี้พุ่งถึง 70 - 80% ด้วยเหตุแรงจูงใจด้านผลประโยชน์สวัสดิการและโอกาสทางด้านอาชีพ ขณะที่หนุ่มพ่อลูกอ่อนวัย 10 เดือน ขอสมัครเป็นทหารเพื่ออนาคตของลูก ส่วนสาวประเภทสองจำนวนหนึ่งก็พร้อมมา แสดงตนคัดเลือก

