'เทพไท' บอกบรรยากาศหาเสียงเหมือนย้อนปี 2535 ยุคพรรคเทพ-พรรคมาร

31 ธ.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “แยกกันให้ชัด พรรคไหนเทา?” ระบุว่า ผมเห็นการรณรงค์หาเสียง การใช้แคมเปญในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้งเกิดขึ้น 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดูบรรยากาศ ดูการเคลื่อนไหว ดูข้อความที่ใช้หาเสียง ทำให้นึกถึงการเมืองในยุคปี 2535 ซึ่งในตอนนั้นมีกระแสการเมืองที่แข่งขันกัน ระหว่างพรรคเทพกับพรรคมาร มาถึงตอนนี้กระแสที่สังคมสนใจ และมีการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันมาก จนเป็นประเด็นที่นำมาซึ่งการรณรงค์หาเสียง และเป็นที่สนใจของประชาชน คือกระแสการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทา ทำให้มีการรณรงค์หาเสียงชูประเด็น เรื่องการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ หรือกลุ่มสีเทาของพรรคการเมือง

พรรคที่ประกาศชัด คือพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ก็อยู่ในลักษณะวางเฉย หรือต่อต้านแบบไม่ได้เปิดเป็นแคมเปญ หรือเอาจริงเอาจังกับการปราบแก๊งสีเทา ถ้าเปรียบเทียบกับพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนได้เปิดประเด็นมาตั้งแต่ต้นในสมัยที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เริ่มเคลื่อนไหวชัดเจน ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเคลื่อนไหวแบบจริงจัง ยื่นข้อมูลหลักฐานเอาผิดกับขบวนการสีเทา หรือแก๊งสีเทาต่อ ปปง. จนนำมาซึ่งการประกาศยึดทรัพย์กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ทำให้เวทีการเมืองมีการเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มทุนสีเทา ทั้ง 2 พรรค คือพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์

แต่ล่าสุดพรรคประชาชนเกิดมีรอยตำหนิ รอยขีดข่วน หรือเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมตั้งคำถาม จากกรณีที่ผู้สมัครสส.เขต 33 กรุงเทพมหานคร ถูกตำรวจจับข้อหาฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ กระแหนะกระแหนไปยังพรรคประชาชนว่า แคมเปญมีเราไม่มีเทา หรือมีเรามีเทากันแน่ ซึ่งมีผลกระทบต่อพรรคประชาชนพอสมควร เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่สร้างกระแส หรือรณรงค์หาเสียงด้วยวิธีการสร้างกระแส สร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเป็นคะแนนนิยม แล้วแปรมาเป็นคะแนนเสียง มาถึงตอนนี้เมื่อถูกกระแสตีกลับ เรื่องมีผู้สมัคร สส.ของพรรคเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทา หรือถูกข้อหาเกี่ยวกับคดีฟอกเงินเรื่องยาเสพติด พรรคจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องขอโทษต่อเรื่องที่เกิดขึ้น จะทำอย่างอื่นมากกว่านี้ก็เกินอำนาจหน้าที่ของพรรคประชาชน

ในทางการเมืองความรับผิดชอบ การขอโทษถือว่าเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง จึงทำให้กระแสเรื่องปราบแก๊งทุนสีเทาของพรรคประชาชน อาจจะถูกตั้งข้อสังเกต หรือถูกคู่แข่งนำมาโจมตีในตอนนี้ได้ ซึ่งแตกต่างกับในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังเดินหน้าอย่างเข้มข้นในการต่อต้านกลุ่มทุนสีเทา และพยายามปลูกกระแสประชาชนคนทั้งประเทศให้ต่อต้าน เพราะกลุ่มทุนสีเทาคือของประเทศไทย ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้การเคลื่อนไหวในเรื่องการต่อต้านทุนสีเทา การเปิดแคมเปญของพรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนจะมีน้ำหนักกว่าของพรรคประชาชนในตอนนี้

แต่ถ้าหากว่ากระแสในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง การต่อต้านกลุ่มทุนสีเทาจุดติด ประโยชน์ทางการเมืองที่ได้รับ คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภูมิใจไทยยิ่งผยอง! แนะ 'พท.-กธ.-ปชน' ดัดหลัง งดโหวตเลือกนายกฯ คะแนนไม่ถึง 250 เสียง ชื่อ 'อนุทิน' ตก

เทพไท ระบุเมื่อผลการเลือกตั้งสส.ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 มีส.ส.จำนวน 193 คนได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น จนทำให้แกนนำพรรคทะนงตัว

'เทพไท' ฟันธงสูตรรัฐบาลแก้เผ็ด ‘แดง-ส้ม-เขียว’ เป็นไปไม่ได้

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”ในหัวข้อ รัฐบาลสูตร แดง-ส้ม-เขียว เป็นไปไม่ได้